
“ป็อกบา” แพงกว่านี้มีอีกไหม
ปิดฉากตลาดนักเตะรอบแรก “ป็อกบา” กลายเป็นเจ้าของตำแหน่งนักฟุตบอลที่ค่าตัวแพงที่สุด
หลังจากปล่อยให้บรรดาทีมลูกหนังได้มีเวลาลงมือซื้อขายผู้เล่นกันเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน ในที่สุด ตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรก ประจำฤดูกาล 2016/17 ก็ต้องถึงคราวรูดม่านปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะได้บทสรุปแบบเบ็ดเสร็จกันไปตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา และมีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการย้ายทีมตามตัวเลขต่างๆ ที่น่าสนใจเอาไว้ดังนี้
เริ่มจาก ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงเป็นลีกลูกหนังที่มีการจ่ายเงินซื้อนักเตะมากที่สุดเหมือนเช่นเคย เพราะเหล่าสโมสรฟุตบอลในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีทั้ง 20 ทีม มีการทุ่มทุนซื้อแข้งใหม่เข้ามาเสริมทัพเป็นเงินรวมกันมากกว่า 1 หมื่นล้านปอนด์ (ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท) เลยทีเดียว หรือมากกว่า ศึกกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี ที่เข้าป้ายเป็นอันดับ 2 จากการควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อผู้เล่นรวมกันมากกว่า 549 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2.74 หมื่นล้านบาท) อยู่เกือบหนึ่งเท่าตัว ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ ศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่มีการใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะไปกว่า 441 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท)
ปอล ป็อกบา
ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงครองตำแหน่ง แชมป์ช็อปปิ้ง เหมือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจ่ายเงินไปกว่า 180 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) เพื่อคว้า 7 แข้งใหม่เข้ามาเสริมทัพ ได้แก่ อิลคาย กุนโดกาน, โนลิโต, อเลกซานเดอร์ ซินเชนโก, เลรอย ซาเน, มาร์ลอส โมเรโน, จอห์น สโตนส์ และเคลาดิโอ บราโว ส่วนอันดับ 2 เป็นของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองเดียวกับ “เรือใบสีฟ้า” จากการจ่ายเงินซื้อ 4 ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพไปกว่า 157 ล้านปอนด์ (ประมาณ 7,850 ล้านบาท) ได้แก่ เอริก ไบญี, เฮนริค มัตฮิทาเรียน, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และปอล ป็อกบา ขณะที่ “ม้าลาย” ยูเวนตุส แชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี 4 สมัยซ้อน เข้าป้ายเป็นอันดับ 3 ใช้เงินไปกว่า 133 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,650 ล้านบาท) เพื่อคว้าผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีมหลายรายเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น มิราเลม ปานิช, ดานี อัลเวส, เมห์ดี เบนาเทีย และ กอนซาโล อิกัวอิน
ทว่า ยูเวนตุส ได้ขึ้นแท่นเป็นทีมรับทรัพย์ในช่วงตลาดนักเตะรอบแรกมากที่สุดด้วย เพราะโกยเงินจากการปล่อยนักเตะไปกว่า 139 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,950 ล้านบาท) โดยเฉพาะการขาย 2 ดาวดังให้ย้ายกลับคืนสู่ทีมเก่า นั่นก็คือ อัลวาโร โมราตา ให้ย้ายกลับไปร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด และ ปอล ป็อกบา ให้ย้ายกลับไปร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก ขณะที่ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี ตามมาเป็นอันดับ 2 รับทรัพย์ไปกว่า 94 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,700 ล้านบาท) หลังปล่อย 3 แข้งหลักอย่าง อิลคาย กุนโดกาน ย้ายซบ แมนฯ ซิตี, มัตส์ ฮุมเมลส์ ย้ายซบ บาเยิร์น มิวนิค และ เฮนริค มัตฮิทาเรียน ย้ายซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่วนอันดับ 3 เป็นของ นาโปลี รับทรัพย์ไปกว่า 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) โดยเฉพาะการขาย กอนซาโล อิกัวอิน ให้ย้ายซบ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก
กอนซาโล อิกัวอิน
ส่วน ปอล ป็อกบา กลายเป็นเจ้าของตำแหน่งนักฟุตบอลที่ค่าตัวแพงที่สุดในตลาดรอบแรก หลังจาก “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจจ่ายเงินให้ “ม้าลาย” ยูเวนตุส แชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี สูงถึง 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,450 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัวเด็กปั้นที่เคยอยู่กับทีมเมื่อ 4 ปีก่อน ให้ย้ายกลับมาร่วมทัพอีกครั้ง ส่วนอันดับ 2 เป็นของ กอนซาโล อิกัวอิน ที่ย้ายจาก นาโปลี ไปค้าแข้งกับคู่ปรับในลีกลูกหนังเมืองมะกะโรนี อย่าง ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวสูงถึง 75.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,765 ล้านบาท)
ขณะที่ จอห์น สโตนส์ ตามมาเป็นอันดับ 3 ย้ายจาก “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ไปค้าแข้งกับคู่ปรับร่วมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,375 ล้านบาท) อันดับ 4 เป็นของ ฮัลค์ ย้ายจาก เซนิท เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในรัสเซีย ไปร่วมทัพ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ในจีน ด้วยค่าตัว 46.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,320 ล้านบาท) และอันดับ 5 ได้แก่ เลรอย ซาเน ย้ายจาก ชาลเก ในเยอรมนี ไปร่วมทัพ แมนฯ ซิตี ด้วยค่าตัว 37 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,850 ล้านบาท)
จอห์น สโตนส์
นอกจากนี้ ป็อกบา ยังได้ขึ้นแท่นเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนใหม่อีกด้วย เพราะทุบสถิติเดิมของ แกเรธ เบล เมื่อตอนที่ย้ายจาก “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ ไปร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด มหาอำนาจลูกหนังแห่งสเปน ในปี 2013 ด้วยค่าตัว 86 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,300 ล้านบาท) ขณะที่ กอนซาโล อิกัวอิน ได้จารึกสถิติโลกลงในตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกเอาไว้ด้วย เพราะขึ้นแท่นเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก แซงหน้าสถิติเดิมของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ร่วงลงไปอยู่อันดับ 5 ตั้งแต่ตอนที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ยักษ์หลับแห่งเกาะอังกฤษ ไปร่วมทัพ บาร์เซโลนา แชมป์ลาลีกา สเปน ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) ส่วน คริสเตียโน โรนัลโด มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก นับตั้งแต่ย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ รีล มาดริด ในปี 2009 ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท)
หลังจากนี้แต่ละสโมสรจะได้ใช้งานแข้งใหม่ที่คว้าตัวเข้ามาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกกันได้แบบเต็มที่ แต่หากทีมใดยังอยากได้ผู้เล่นเพิ่มเติมก็คงต้องรอให้ถึงช่วงเวลาของการเสริมทัพตอนเปิดตลาดรอบ 2 ที่จะมีขึ้นในช่วงต้นปีใหม่โน้นเลย



