
งบกีฬาปี53ลงตัว5.6พันล้าน
งบกีฬาปี 53 ลงตัว รับ 5.6 พันล้าน ด้าน ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกีฬา เผยการแยก "กีฬา" กับ "ท่องเที่ยว" ยังทำไม่ได้ในตอนนี้เพราะติดข้อกฎหมาย แถมชี้งานที่ทั้ง 2 ฝ่ายทำร่วมกันในขณะนี้ก็กำลังไปได้ดีอยู่แล้ว
นายพิเชต สุนทรพิพิธ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ โดยเชิญหัวหน้าหน่วยในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในด้านกีฬาคือ สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) สถาบันการพลศึกษา (สพล.) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าร่วมชี้แจง ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สรุปสาระสำคัญดังนี้
คณะกรรมาธิการรับฟังผลการดำเนินงานในรอบปีของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า ผลงานเด่นด้านกีฬาคือ ไทยเป็นเจ้าเหรียญทองการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 ด้วยจำนวน (ทอง-เงิน-ทองแดง (21-17-16) และอันดับ 3 กีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 (11-7-2) และกำลังเร่งร่างแผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ พ.ศ.2552-2559
จากนั้นคณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตพร้อมให้คำแนะนำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงในหัวข้อสำคัญ ดังนี้ 1.เร่งสร้างศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ 2.สนับสนุนสมาคมกีฬาอย่างบูรณการ 3.นำวิทยาศาสตร์การกีฬาและอุปกรณ์กีฬาที่ทันสมัยช่วยพัฒนานักกีฬา 4.เร่งผลิตครูพละ เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนไม่เพียงพอ 5.เร่งสร้างสนามกีฬาให้ครบทุกจังหวัด 6.เร่งให้สถานีทีวีกีฬามีผู้รับชมแพร่หลายมากขึ้น 7.พัฒนามาตรฐานของ สพล.
สรุปงบประมาณที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับการจัดสรรประจำปี 2553 รวม 4,041,138,700 บาท สำหรับหน่วยงานราชการ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวง 674,993,300 บาท / สพก. 698,394,000 บาท / สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว 704,773,900 บาท / สพล. 1,962,977,500 ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ กกท.ได้รับจัดสรรรวม 2,503,424,000 บาท ด้านงบส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาได้รับจัดสรร ดังนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 400 ล้านบาท / กองทุนกีฬาอาชีพ 37 ล้านบาท / กองทุนกีฬามวย 30 ล้านบาท รวมงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรด้านกีฬาทั้งสิ้นรวม 5,631,795,500 บาท
นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ กรรมาธิการ กล่าวว่า เห็นงบจากรัฐบาลที่สนับสนุนกระทรวงแล้วน่าน้อยใจ ทั้งที่ต้องสนับสนุน 2 ด้าน ในอนาคตเห็นว่าควรจะแยกกระทรวงกันระหว่างท่องเที่ยวและกีฬา เพราะงานไม่เหมือนกัน
นางนฤมล ศิริวัฒน์ กรรมาธิการ กล่าวว่า อยากให้ กกท.สนับสนุนงบสถานีทีวีกีฬา "ทีสปอร์ต" เพิ่มเติม โดยอาจจะอุดหนุนในรูปแบบของการซื้อจานดาวเทียมรับสัญญาณให้โรงเรียนต่างๆ เพื่อเป็นครูพลศึกษาให้แก่นักเรียนในอีกช่องทางหนึ่ง
ด้าน ดร.ศศิธารา กล่าวว่า การจะแยกกระทรวงไม่สามารถทำได้เนื่องจากติดข้อกฎหมาย ส่วนตัวเห็นว่าเวลานี้การบริหารงานในกระทรวงทั้งด้านท่องเที่ยวและกีฬากำลังเป็นไปด้วยความราบรื่นดี ขณะที่นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า งบประจำปี 2553 ของกกท. ลดลงจากปี 2552 ประมาณ 200 ล้านบาท โดยปี 2553 จะเร่งประสานงานกับสมาคมกีฬาตามยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนานักกีฬาร่วมกัน



