ข่าว

รพ.มงกุฏวัฒนะระบุดีเอสไอไม่แจ้งอดีตที่ดินพังงาผูกคอ

รพ.มงกุฏวัฒนะระบุดีเอสไอไม่แจ้งอดีตที่ดินพังงาผูกคอ

01 ก.ย. 2559

รพ.มงกุฏวัฒนะนำทีมแพทย์แถลงโต้ปั๊มหัวใจไม่ทำให้ตับแตก-โชว์วิธีกู้ชีพ ระบุดีเอสไอไม่บอกข้อมูลสำคัญของผู้ป่วยว่าผูกคอ

               เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 1 กันยายน2559 ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ พร้อมทีมแพทย์และพยาบาล ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาทุจริตที่ดินจังหวัดภูเก็ตและพังงา ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหาชั้น 6 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

               พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.15 น. วันที่ 30 สิงหาคม เจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินได้รับแจ้งว่ามีคนไข้อาการคล้ายเป็นลม ความดันสูง จึงได้เร่งเดินทางเข้าช่วยเหลือ เมื่อไปถึงผู้เกิดเหตุพบนายธวัชชัยอยู่ในสภาพไม่หายใจ ไม่มีชีพจร จึงได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ หรือ ซีพีอาร์ (CPR) ด้วยการปั๊มหัวใจ และให้ออกซเจน จากนั้นประมาณ 15 นาที ได้ทำการเคลื่อนย้ายนายธวัชชัยมาที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำซีพีอาร์อย่างต่อเนื่อง จากนั้นทีมแพทย์ได้ทำการต่อท่อเพื่อให้ยากระตุ้นหัวใจ ร่วมกับการช็อตไฟฟ้า ทำให้อาการกระเตื้องขึ้น แต่ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต จึงได้เคลื่อนย้ายเข้าห้องดูแลคนไข้วิกฤต ซีซียู(CCU) ซึ่งพยาบาลได้พยายามตรวจชีพจรที่ขาหนีบคนไข้ แต่ไม่พบชีพจร ระหว่างนั้นก็ได้ให้ยากระตุ้นหัวใจทุกๆ 3 นาที ควบคู่กับการทำซีพีอาร์ 

               “หลังจากนั้นทีมแพทย์ได้มีการชี้แจงกับทางญาติของนายธวัชชัย ว่า ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ เพื่อให้ญาติรับรู้ และเซ็นยินยอม ต่อมเวลา 04.45 น. วันที่ 30 สิงหาคม นายธวัชชัยก็ได้เสียชีวิตลง นอกจากนี้ตามบันทึกของพยาบาลในห้องซีซียูได้ระบุว่า มีรอยช้ำเป็นแนวยาวบริเวณคอของผู้เสียชีวิตด้วย และก่อนการส่งร่างนายธวัชชัยไปให้แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ทำการชันสูตร ทางรพ.มงกุฏวัฒนะได้สรุปการเสียชีวิตว่า ผู้ตายเสียชีวิตในโรงพยาบาลโดยไม่ทราบสาเหตุ” พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าว

               ด้านทีมแพทย์ฉุกเฉินที่ทำการช่วยเหลือผู้เสียชีวิตในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตได้ใส่ชุดเดิมมา ไม่ทีการเปลี่ยนเสื้อผ้า จนกระทั่งเข้าห้องซีซียู เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของทางโรงพยาบาล แต่ยืนยันว่าไม่มีร่องรอยการฉีกขาดของเสื้อผ้า พร้อมกับยืนยันว่าตั้งแต่เริ่มรับตัวคนไข้มารักษาจากดีเอสไอจนมาถึงโรงพยาบาล ทางทีมแพทย์ไม่ได้รับแจ้งว่าคนไข้มีอาการผูกคอ ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญ และเป็นผลต่อการรักษา ส่วนที่มีการตั้งขอสังเกตว่า ทางทีมแพทย์เห็นร่องรอยฟกช้ำบนร่างกายของคนไข้หรือไม่ ทางแพทย์ไม่ได้สังเกตในรายละเอียดตรงจุดนั้น เพราะต้องเร่งทำการช่วยเหลือคนไข้ก่อน อีกทั้งยืนยันว่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีกรณีการทซีพีอาร์ทำให้คนไข้ตับแตก ซึ่งผลที่อาจจะเกิดขึ้นมีแค่ซี่โครงหักเท่านั้น แต่ก็ไม่สามรถส่งผลอันตรายต่อชีวิตได้ 

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแถลงข่าวทาง รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ให้เจ้าหน้าที่สาธิตการทำซีพีอาร์ โดยการปั๊มหัวใจ ซึ่งมีหุ่นคนมาช่วยในการสาธิต พร้อมทั้งอธิบายวิธีการและจุดที่ปั๊มหัวใจอย่างละเอียดต่อสื่อมวลชนอีกด้วย