
มวยเดินหน้าจับมือชาติเอเชีย ต่อรอง “ไอบา”
สมาคมมวยปรับกลยุทธ์ หาพันธมิตรจากชาติเอเชียไว้แย่งชิงและต่อรองกับสหพันธ์มวยนานาชาติในอนาคต หลัง ชิง กั๊วะ หวู บอสใหญ่ชาวไต้หวัน ปันใจหันไปหนุนยุโรป
นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความผิดหวังของ 5 ขุนพลนักชกเสื้อกล้ามทีมชาติไทยในศึกริโอเกมส์ 2016 ที่ไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลใดๆ กลับมาได้ และนับเป็นความล้มเหลวในรอบ 40 ปี ของวงการกีฬามวยในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ น้อมรับและยอมรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด และมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในส่วนของหัวหน้าผู้ฝึกสอน หรือเฮดโค้ช เป็นการด่วนนั้น ทั้งนี้ มีการทาบทามโค้ชจากประเทศคิวบาถึง 2 คนมาทำหน้าที่นี้แทน น.อ.ทวีวัฒน์ อิสลาม อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย ซึ่งถือว่าเป็นชาติมหาอำนาจในกีฬามวยสากลที่จะเดินทางมาคุมทีมนักชกไทยในเร็ววันนี้ เพื่อช่วยกันวางระบบการฟิตซ้อมต่างๆ ใหม่หมดไล่ตั้งแต่ระดับยุวชน เยาวชน ทีมชาติชุดบี และทีมชาติชุดใหญ่ที่จะร่วมกีฬาซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์ ต่อไป
นอกจากนี้ยังเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในชาติมหาอำนาจของกีฬาชนิดนี้ในเอเชียทั้งประเทศจีน อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน อินเดีย และมองโกเลีย รวมไปถึงให้ความร่วมมือบอร์ดบริหารสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติแห่งเอเชียมากยิ่งขึ้น เพื่อรวมตัวเป็นข้อต่อรองแย่งชิงอำนาจในด้านต่างๆ กับสหพันธ์มวยนานาชาติ หรือไอบา ต่อไป เพราะหากชาติในเอเชียไม่ร่วมมือกัน เชื่อว่าอนาคตคงลำบาก ที่สำคัญเวลานี้ “ชิง กั๊วะ หวู” ประธานไอบาชาวไต้หวัน ไม่ค่อยให้ความสำคัญชาติในเอเชียเท่าไหร่นัก แต่ไปสนับสนุนดูแลประเทศจากทวีปยุโรปมากกว่า เห็นได้จากผลงานและเหรียญรางวัลที่ผ่านมาในโอลิมปิกเกมส์
โดยส่วนตัวไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ว่าเกิดปัญหาวุ่นวายและความไม่ยุติธรรมในเรื่องใดบ้าง เพราะแฟนหมัดมวยจากทั่วโลกก็ย่อมรู้ดีอยู่แล้ว คงเป็นหน้าที่ของบอร์ดบริหารไอบา ต้องตอบสังคมต่อไป เพราะหากไม่มีความโปร่งใสในการตัดสินในอนาคตก็ไม่แน่นอนว่า กีฬามวยสากลจะถูกบรรจุเข้าแข่งขันในโอลิมปิกหรือไม่
นายพิชัย ยังกล่าวอีกว่า ส่วนของนักชกหน้าใหม่ทั้งดาวรุ่งและชุดปัจจุบันที่มีอยู่ไล่ตั้งแต่อายุ 13-17 ปี จากเดิมเรามีแค่ 40 คน ทว่าจากนี้ไปจะต้องเฟ้นหาเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัวเป็น 80 คน และต้องมาเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกันที่ศูนย์ฝึกมวยสากล อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อต้องการให้ทุกคนเรียนรู้ทักษะและเทคนิคต่างๆ อย่างถูกต้องจากโค้ชมืออาชีพชาวคิวบา พร้อมกันนี้จะหาเวทีให้เดินทางไปแข่งขันมากยิ่งขึ้นทั้งในและนอกประเทศเพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์และแข่งขันกันเองเฉลี่ยแต่ละรุ่นมี 3-4 คน คาดว่านักมวย 1 คนกว่าจะไปสู่ความสำเร็จรายการนานาชาติที่ตั้งใจไว้อย่างน้อยต้องใช้เวลาประมาณ 6-8 ปี ดังนั้นจากนี้ไปการทำงานทุกอย่างของสมาคมต้องเข้มข้นมากกว่าเดิม เพื่อทวงความสำเร็จมาสู่พี่น้องคนไทยให้ได้



