
ผอ.มงกุฎวัฒนะ แจง รพ.ไม่ทำCPR ช่วยผู้ต้องหาDSI ตับแตก
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ร้องศาลยุติธรรม ค้านผู้สอบผ่านผู้ช่วยผู้พิพากษาพฤติกรรมไม่เหมาะสมกดไลค์ข้อความเพจเฟซบุกหมิ่นสถาบัน แจงขั้นตอนช่วยเหลือผู้ต้องหาดีเอสไอเสียชีวิต
1 ก.ย.59 -- พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อคัดค้านการเสนอชื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษารายหนึ่งที่เห็นว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
โดย พล.ต.นพ.เหรียญทอง ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ กล่าวว่า การยื่นคัดค้าน เนื่องจากเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้พบเห็นเพจเฟซบุกของผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษารายนี้ กดถูกใจข้อความที่มีบุคคลโพสต์ลักษณะหมิ่นสถาบัน ซึ่งตนได้นำข้อมูลชี้แจงให้ ป.ป.ช. ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัดของบุคคลนั้นทราบด้วย แต่บุคคลดังกล่าวได้ทำลายหลักฐานด้วยการปิดเพจดฟซบุกนั้น แต่ตนสามารถเก็บข้อมูลการกระทำนั้นไว้ได้ทัน วันนี้จึงนำมายื่นให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ( ก.ต.) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป เพราะตนเห็นว่าผู้ที่มีทัศนคติหมิ่นสถาบันจะมาเป็นผู้พิพากษาได้อย่างไร
ขณะที่ผู้สื่อข่าว ได้ถามถึงกรณีให้ความช่วยเหลือนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน ผู้ต้องหาที่เสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
พล.ต.นพ.เหรียญทอง ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ กล่าวว่า เวลา 01.15 น. วันที่ 30 ส.ค. หน่วยฉุกเฉินโรงพยาบาลได้รับแจ้งดีเอสไอว่า มีผู้ป่วยหมดสติ ขอให้จัดชุดแพทย์ไปช่วย โรงพยาบาลจึงจัดเจ้าหน้าที่ชุดฉุกเฉินไปแล้วพบว่านายธวัชชัย อยู่ในสภาพที่วิกฤติอย่างรุนแรงมากใกล้เสียชีวิตแต่ยังไม่ตาย เจ้าหน้าที่จึงใช้วิธี CPR หรือการปั้มหัวใจให้ความช่วยเหลือลำดับแรกก่อนนำส่งโรงพยาบาลโดยไม่ได้ตรวจสอบว่าร่างกายผู้ป่วยมีร่องรอยฟกช้ำ หรือบาดแผลที่ร่างกาย ขณะที่มาถึงโรงพยาบาลก็ยังมีการปั้มหัวใจยู่ตลอดโดยยังมีการใส่ท่อหายใจ ซึ่งผู้ป่วยมีอาการหายใจหยุดเต้นในบางช่วง จึงได้ทำการปั้มหัวใจ ซึ่งจะเป็นเช่นนี้สลับกัน กระทั่งเวลา 02.00 น. จึงได้ย้ายผู้ป่วยไปยังห้อง ICU โดยยังมีอาการวิกฤติก็ต้องปั้มหัวใจ จนเวลา 04.45 น. ผู้ป่วยก็ได้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ของมูลฯธิปอเต็กตึ้ง จึงได้มารับศพไป วันรุ่งขึ้นตนก็มาทราบภายหลังว่า นายธวัชชัย ตับแตก มีเลือดออกในช่องท้อง และขาดอากาศหายใจทำให้เสียชีวิต
พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวอีกว่า การทำ CPR อยู่ในบริเวณทรวงอก ที่มีอวัยวะหัวใจและปอด ซึ่งทางเทคนิคไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตับ และไม่เคยได้ยินการทำ CPR แล้วจะทำให้ตับแตก ซึ่งเปอร์เซ็นต์จะเท่ากับศูนย์ จึงต้องสอบถามกับนิติเวชที่ผ่าพิสูจน์ศพว่า สาเหตุที่ตับแตกเกิดจากอะไร หรือสงสัยอย่างไร ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ตับแตก มีหลายประการ โดยลักษณะของตับแตก จะมีเลือดไหลซึมออกมาจากตับ ที่อาจโดนกระแทก แต่ไม่จำเป็นว่าต้องมีบาดแผลภายนอกตามร่างกาย ซึ่งเคสนี้เป็นที่สนใจของสังคมดังนั้นดีเอสไอต้องตอบคำถาม
“ ยืนยันว่า ทางโรงพยาบาลไม่ได้ปั้มหัวใจจนตับแตก แต่ไม่ทราบว่าก่อนที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินโรงพยาบาลจะไปถึงตัวผู้ป่วย มีใครปั้มหัวใจก่อนหรือไม่ โดยระหว่างการนำตัวนายธวัชชัยมาโรงพยาบาลก็มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตามมาดูอาการด้วย แต่ไม่มีข้อพิรุธอะไร และหลังจากเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ตามตามสอบถามข้อเท็จจริง โดยโรงพยาบาลไม่ได้ตบแต่งข้อเท็จจริงและไม่ยอมให้ใครทำด้วย ” พล.ต.นพ.เหรียญทอง ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ระบุ



