
ดีเอสไอตั้งกก.สอบรถบ้านแม่ยาย"วรวุฒิ"ผู้ต้องหายิงสนธิ
ดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบรถของกลางคดียาเสพติดที่ยึดจากบ้านแม่ยายส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ ผู้ต้องหายิง"สนธิ ลิ้มทองกุล" ยันพร้อมให้ความร่วมมือทางด้านข้อมูลกับตำรวจทุกอย่าง
(12ส.ค.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการยึดรถยนต์เก๋งยี่ห้อเชฟโรเลต ซาฟีร่า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ศว 8051 กรุงเทพมหานคร ได้ที่บ้านแม่ยายของ ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์ข่าว กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) ช่วยราชการดีเอสไอ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม เพราะรถดังกล่าวมีทะเบียนจริงคือ กษ 3737 เชียงใหม่ ซึ่งผู้ครองครองคือนายชาญณรงค์ มูเซอ ผู้ต้องหาคดีค้าเฮโรอีนที่ดีเอสไอจับได้เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกับอายัดทรัพย์มูลค่า 117 ล้านบาท และรถยนต์คันดังกล่าวเป็นของกลางในคดีโดยเป็นรถ 1 ในจำนวนทั้งหมด 5 คัน ที่ยึดได้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลังยึดรถแล้วดีเอสไอได้ทำเรื่องขอใช้ประโยชน์ เพื่อภารกิจราชการมาจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) โดยพล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการป.ป.ส. มีคำสั่งอนุมัติให้ดีเอสไอใช้รถยนต์ทั้ง 5 คัน เพื่อภารกิจในราชการได้ตั้งแต่เดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นไปตามพรบ.มาตรการของป.ป.ส. ซึ่งหนังสือดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการนำหลักฐานธุรกรรมรถยนต์ของกลางเข้าระบบใหม่ในการควบคุมของกลางของดีเอสไอ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่ส.ต.ท. วรวุฒิ อาจจะนำรถไปใช้ เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นของหลวง แต่ได้รับอนุมัติจากป.ป.ส.ให้นำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า ดีเอสไอ พร้อมให้ความร่วมมือทางด้านข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกอย่าง โดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้นายชาติชาย โทสินสันติ ข้าราชการระดับ 8 ที่โยกย้ายมาจากป.ป.ส. และเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องดังกล่าว เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ว่า รถยนต์คันดังกล่าวหลุดรอดนำไปใช้ได้อย่างไรและผิดระเบียบหรือไม่ โดยกรรมการจะเป็นผู้ชี้ข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าใครเป็นผู้เซ็นต์รับรถ และรถคันดังกล่าวอยู่ในการดูแลของผู้ใด
“การช่วยราชการของส.ต.ท.วรวุฒิ ตามข้อเท็จจริงเขาไม่ได้มาช่วยราชการที่ดีเอสไออย่างเป็นทางการ แต่เวลาที่มีการจับกุมใหญ่ๆ ดีเอสไอจะร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันทำงาน เนื่องจากดีเอสไอไม่ได้ทำงานแข่งกับใคร ซึ่งการทำงานจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะเมื่อบางหน่วยงานไม่มีก็สามารถหยิบยืมกันใช้ได้ ” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว



