ข่าว

เร่งผลิตครูฯอาสา! ยึดธรรมาภิบาล ชี้แนะเกษตรกรรู้พึ่งตนเอง!

เร่งผลิตครูฯอาสา! ยึดธรรมาภิบาล ชี้แนะเกษตรกรรู้พึ่งตนเอง!

01 ก.ย. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

            กรมตรวจบัญชี เร่งสร้างเครือข่ายครูบัญชีอาสา หวังเป็นกลไกลถ่ายทอดบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน-บัญชีต้นทุนอาชีพแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ พร้อมหนุนใช้หลักธรรมาภิบาล ชี้ช่วยสร้างระบบบัญชีเข้มแข็ง โปร่งใส ตรวจสอบได้

           นางกฤษณา กฤษณวรรณ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังติดตามผลดำเนินงานด้านการส่งเสริมบัญชีครัวเรือน และส่งเสริมการใช้หลักธรรมาภิบาลในระบบบัญชีพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี ว่าปัจจุบันกรมตรวจฯได้ให้ความสำคัญในการสร้างครูบัญชีหรือ“อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี”ทำหน้าที่แทนกรมตรวจฯในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะกระตุ้นการเรียนรู้ ติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร การสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนและพื้นที่ต่างๆในจังหวัด รวมทั้งต่อยอดการรณรงค์การทำบัญชีให้เกิดขึ้นในวิถีชีวิตของเกษตรกรสู่ครัวเรือน ขยายผลในระดับชุมชน ทำให้เกิดตัวอย่างของเกษตรกรที่นำองค์ความรู้ทางบัญชีมาเป็นเครื่องมือรสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเอง

 

เร่งผลิตครูฯอาสา! ยึดธรรมาภิบาล ชี้แนะเกษตรกรรู้พึ่งตนเอง!

 

           นอกจากนี้ ยังมีการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และครูบัญชีซึ่งจะช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีต้นทุนอาชีพไปประกอบการวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตน ซึ่งเป็นการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เน้นหลักภูมิปัญญาชาวบ้านและสร้างความเข้มแข็งในชุมชน และเพื่อให้เกษตรกรไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมีการทำบัญชีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการประกอบอาชีพให้เข้มแข็งไม่ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจเช่นใดก็ตาม

           ปัจจุบันกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้พัฒนาภูมิปัญญาทางบัญชีแก่เกษตรกรขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง จากบัญชีรับจ่ายในครัวเรือนที่ได้สอนแนะไปแล้ว 5.6 ล้านครัวเรือน มาสู่การทำบัญชีต้นทุนอาชีพ เพื่อเสริมสร้างให้เกษตรกรรู้จักใช้ข้อมูลจากการบันทึกบัญชีมาวางแผนการผลิต ลดต้นทุนการผลิต เกิดการเปรียบเทียบ หรือปรับเปลี่ยนอาชีพ  เพราะทำให้รู้กำไร-ขาดทุนและสามารถเพิ่มรายได้ของตนเอง โดยมีเกษตรกรเป้าหมายจำนวน 2.4 ล้านคน ภายในระยะเวลา 6 ปี (2554-2559)

          นางกฤษณา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กรมตรวจบัญชียังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมใช้หลักธรรมาภิบาลในระบบบัญชีเพื่อสร้างระบบบัญชีที่เข้มแข็งควบคู่กัน เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในองค์กรโดยใช้บัญชีเป็นตัวนำ

          ทั้งนี้ สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านต้นมะพร้าว จำกัด นับเป็นสหกรณ์ตัวอย่างในการยึดหลักธรรมภิบาลในการบริหารจัดการธุรกิจและองค์กรจนประสบความสำเร็จ โดยบริหารงานโดยนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลสมาชิกและการดำเนินงานทุกๆธุรกิจ ถูกต้อง รวดเร็ว ตรวจสอบได้ทำให้เกิดความโปรงใส่ ตลอดจนใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการบริหารจัดการ จนได้รับรางวัลผู้จัดการดีเด่น ระดับภาค ประเภทสหกรณ์การเกษตร ประจำปี 2554 นอกจากนี้สหกรณ์จะทำการสำรวจความต้องการของสมาชิกก่อน ทำการสั่งซื้อสินค้ามาบริการสมาชิก ทำให้สมาชิกได้รับสินค้าตรงความต้องการและสหกรณ์ไม่ต้องรับภาระสินค้าเสื่อมสภาพในวันสิ้นปีทางบัญชี 

          ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านต้นมะพร้าว จำกัด มีธุรกิจหลักในการรวบรวมกล้วยหอมทองส่งให้กับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟ เว่น )ระหว่าง มกราคม-สิงหาคม 2559 จำนวน 358.61 ตัน เป็นมูลค่า 7.92 ล้านบาท โดยในการทำธุรกิจกล้วยหอมทองของสหกรณ์แห่งนี้ยึดหลักการสร้างธรรมาภิบาลในระบบบัญชี   กำหนดสมาชิกทุกคนของสหกรณ์จะต้องบันทึกบัญชีรับ-จ่ายเป็น เพื่อปลูกฝังและกระตุ้นให้สมาชิกเห็นความสำคัญของการทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ