
แฉแก๊งฆ่ายธ.พังงา โหดใช้ท่อนไม้ทุบตีจนสิ้นใจ
แก๊งฆ่ายุติธรรมจ.พังงา สารภาพจับ“นายฉวี”ใส่กุญแจมือ ใช้เชือกมัดมือมัดเท้า ก่อนใช้ท่อนไม้ทุบที่ศีรษะและลำตัวจนเสียชีวิต รับแค้นแทนเพื่อนทีถูกตีท้ายครัว
เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติพร้อมข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ของกรมคุมประพฤติได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามการคลี่คลายคดีคนร้ายก่อเหตุสังหาร นายฉวี อินทระ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติและยุติธรรมจังหวัดพังงา พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ร่วมกันคลี่คลายคดีจนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ จากนั้นได้เดินทางเข้าเยี่ยมครอบครัวของนายฉวี พร้อมให้การช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป
สำหรับศพของนายฉวีได้ถูกส่งไปศูนย์นิติเวช สุราษฎร์ธานี เพื่อผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เนื่องจากผู้กระทำความผิดที่จับกุมได้สารภาพว่าเป็นการตายเนื่องจากถูกทารุณกรรมซ้อมทำร้ายร่างกายต่อเนื่องหลายชั่วโมง รวมทั้งทุบตีด้วยของแข็งอย่างรุนแรง ซึ่งหลังจากชันสูตรอย่างละเอียดแล้วจะส่งศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดใน ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
พล.ต.ต.วันไชย กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนคดีนี้คืบหน้าไปมาก พยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมได้ขณะนี้ เชื่อว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ทุกคน แม้บางส่วนจะยังหลบหนีอยู่ แต่มั่นใจว่า ตร.เดินมาถูกทางแล้ว โดยพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตรวจสอบพบ จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ คือภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตั้งอยู่ริมถนนหน้า สภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช สามารถบันทึกภาพนายฉวี อินทระ ยุติธรรมจังหวัดพังงา ที่ขับรถกระบะไปจอดริมถนนใกล้ศาลาริมน้ำ ติดแม่น้ำเชียรใหญ่ จากนั้นนายฉวีที่แต่งกายแบบสบายๆ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขานุ่งกางเกงขาสั้น ก้าวเดินลงจากรถเพื่อเจอกับหญิงสาวตามภาพ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 สิงหาคม
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 11.30 น. ศาลจังหวัดปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่านายฉวี 5 คน ประกอบด้วย นายอดิศักดิ์ หรือ หมู ทองสมจา อายุ 40 ปี ซึ่งเป็น หน.ทีมฆ่าโหดซึ่งมีประวัติเป็นหน.แก๊งธุรกิจมืดรายใหญ่ในพื้นที่อีกด้วย คนที่ 2 นายวีระเดช หรือ สาม แปะดำ อายุ 22 ปี คนที่ 3 นายสิทธิพงศ์ หรือ ตี๋ บุปผาคร อายุ 22 ปี คนที่ 4 นายชัยชนะ หรือ ดุก เกิดมุสิก อายุ 22 ปี และคนที่ 5.นายสุวัฒน์ หรือ ปาม มารวัฒน์ อายุ 22 ปี
โดยตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ออกหมายจับได้ 3 คน ประกอบด้วย นายวีระเดช, นายสิทธิพงษ์ และนายชัยชนะ ส่วนที่เหลืออีก 2 คน นายอดิศักดิ์ หน.แก๊งฆ่าโหด และนายสุวัฒน์ หลบหนีไปพร้อมรถยนต์กระบะของนายฉวี ทางจนท.ตร คาดว่านายอดิศักดิ์ จะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปไปขายแล้ว และหลบหนีไปพร้อม น.ส.ณัฐนันท์ หรือ เรย์ แฟนสาว ซึ่งตำรวจชุดคลี่คลายคดีทั้งจากกองปราบปรามและ ตร.กก.สส.ภาค 8 เร่งติดตามตัวนายอดิศักดิ์หรือหมูมาดำเนินคดี
ล่าสุดตำรวจกองปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก. 5ป.บก.ป. ได้นำกำลังเดินทางไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 34 หมู่ 2 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้สืบทราบว่าบ้านที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นแหล่งธุรกิจมืดและมั่วสุมยาเสพติด คาดว่าจะพบหลักฐานเพิ่มเติมในการมัดตัวคนร้ายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพกับตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนว่า สาเหตุเกิดจากนายอดิศักดิ์ โกรธที่น.ส.ณัฐนันท์ คุยแซตทางเฟสบุ๊คกับนายฉวี จึงวางแผนให้ น.ส.ณัฐนันท์ โทรศัพท์ล่อลวงให้นายฉวีมาพบที่บ้านพักหลังดังกล่าว โดยนายอิดศักดิ์ ได้ชักชวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้มาร่วมเสพยาเสพติดย้อมใจก่อนที่นายฉวีจะมาถึง
เมื่อนายฉวี เดินทางมามาถึงบ้านที่เกิดเหตุ นายอดิศักดิ์ ก็ให้เพื่อนจับนายฉวีใส่กุญแจมือและใช้เชือกมัดมือมัดเท้า พาไปรุมซ้อมในห้องชั้นล่าง พร้อมใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดออกมาจี้หัวบังคับให้เพื่อนใช้ท่อนไม้ทุบตีนายฉวีที่ศีรษะและลำตัวจนนายฉวีสลบ ต่อมานายอดิศักดิ์ ซึ่งอยู่ในอาการเมายาได้ลงมือทุบตีนายฉวีแบบไม่ยั้งอีกครั้งจนนายฉวีเสียชีวิต จากนั้นจึงช่วยกันยกศพใส่ลงไปในถังน้ำมัน 200 ลิตร ราดทับด้วยปูนซิเมนต์ แล้วพาไปโยนทิ้งคลองบางจาก ท้องที่ หมู่ 13 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นจึงแยกย้ายกันหลบหนี จนกระทั่ง จนท.ตร.สามารถจับกุมขยายผลได้ 3 คน หลบหนีอีก 2 คน รวมทั้ง น.ส.ณัฐนันท์



