ข่าว

เชื่อมีเงื่อนงำ!ไม่ซื้อยางอีสาน แนะเกษตรกรเลิกใช้ซัลฟิวริก!

เชื่อมีเงื่อนงำ!ไม่ซื้อยางอีสาน แนะเกษตรกรเลิกใช้ซัลฟิวริก!

31 ส.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

            "ฉัตรชัย"สั่ง กยท.เร่งแจงเหตุหลังบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์แบนซื้อยางพาราจากภาคอีสาน เชื่อมีเงื่อนงำการค้าจากกลุ่มเอกชน พร้อมประชาสัมพันธ์เลิกใช้กรมซัลฟิวริก

 

เชื่อมีเงื่อนงำ!ไม่ซื้อยางอีสาน แนะเกษตรกรเลิกใช้ซัลฟิวริก!

 

           พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่ากรรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีที่บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ไม่รับซื้อยางพาราจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า เรื่องดังกล่าวได้เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วและได้มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ พร้อมชี้แจงให้เกษตรกรได้ปรับตัว โดยลดนำกรดกำมะถันหรือซัลฟิวริกซึ่งมีราคาถูกมาใช้เพื่อให้น้ำยางเซทตัวเร็วขึ้น

           ทั้งนี้ เนื่องจากกรดดังกล่าวทำให้คุณภาพของน้ำยางมีความยืดหยุ่นต่ำ ทำให้ยางล้อรถยนต์มีคุณภาพและอายุการใช้งานสั้นลง จึงควรนำสารชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติในการจับตัวยางตามตำแนะนำทางวิชาการ อย่าง กรดฟอร์มิกมาใช้เป็นหลัก ส่วนการรับซื้อหรือไม่ซื้อยางที่มาจากภาคอีสานของบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์นั้นมองว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจของกลุ่มการค้ายางบางประการและกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 

เชื่อมีเงื่อนงำ!ไม่ซื้อยางอีสาน แนะเกษตรกรเลิกใช้ซัลฟิวริก!

 นายธีธัช สุขสะอาด

         “ในเบื้องต้นเกษตรกรชาวสวนยางภาคอีสาน ผลิตยางพาราในปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 5 แสนตัน มีเกษตรกรใช้กรดซัลฟิวริกถึงร้อยละ 60 และใช้กรดฟอร์มิกร้อยละ40 จึงมอบหมายให้การยางประเทศไทยเร่งชี้แจงทำความเข้าใจต่อเกษตรกร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน”

           ด้านนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ยืนยันว่าเท่าที่กยท.ประสานขอข้อมูลไปยังบริษัทมิชชิลลีนยังยืนยันว่าไม่ได้มีการยกเลิกซื้อยางจากเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามที่เป็นข่าว ซึ่งวันนี้(31 ส.ค.)ทางอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาผลผลิตทางการเกษตรในคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ได้เชิญทางบริษัทมาหารือและได้เชิญทาง กยท. เข้าไปให้ข้อมูลด้วย

          โดยทาง กยท.พร้อมทีี่จะชี้แจงในทุกประเด็นที่เป็นข้อสงสัย และที่ผ่านมา กยท.ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและสถาบันเกษตรกรที่เกี่ยวข้องร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรยกเลิกการใช้กรดซัลฟิวริก เพราะนอกจากจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพยาง ยังมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกรผู้ใช้เองด้วย กระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตที่ทำให้เครื่องจักรมีความเสียหายสึกกร่อนเร็ว

 

เชื่อมีเงื่อนงำ!ไม่ซื้อยางอีสาน แนะเกษตรกรเลิกใช้ซัลฟิวริก!

 

            ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กยท.ยืนยันได้รณงค์ไม่ให้มีการใช้กรดดังกล่าวและสามารถลดการใช้กรดดังกล่าวลงกว่าร้อยละ 40และเชื่อว่าจะหมดไปในอีก 2 ปีข้างหน้า ส่วนปริมาณการผลิตในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขณะนี้มีประมาณ 573,000 ตันและมีพื้นที่ปลูกยางล่าสุดจำนวน 4,726,466 ไร่ เปิดกรีดแล้ว 3,240,734 ไร่และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น จึงอยากแนะนำให้เกษตรกรหันมาใช้กรดฟอร์มิกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพยางและฉุดราคายางจนเป็นปัญหาในระยะยาว

           อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่ายางก้อนถ้วยตามหลักการต้องกรีด 3-5 มีด โดย 1 มีดจะใช้กรด 15 ซีซี สาเหตุที่เกษตรกรใช้กรดซัลฟิวริกแทนกรดฟอร์มิกที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพระาต้นทุนของกรดซัลฟิวริกถูกกว่า โดยความแตกต่างของราคากรดฟอร์มิก 1 ลิตร ราคา 60 บาท ในขณะที่กรดซัลฟิวริก 1 ลิตร ราคา 0.22 บาท พร้อมทั้งยังสามารถใช้ได้ในปริมาณที่มากกว่า ทำให้เกษตรกรเลือกใช้กรดนี้ แต่หากยังใช้ก็จะเกิดปัญหาด้านราคายางในระยะยาวเช่นกัน