
อภิสิทธิ์ย้ำไม่ยุ่งโผตร.แค่ดูโครงสร้างใหม่ไม่ให้ขัดกม.
นายกฯ ย้ำคนใกล้ชิดไม่ให้ยุ่งโผตำรวจห้ามการเมืองแทรกแซง แจงไม่ได้ใส่ใจเฉพาะคดียิงสนธิ แต่ตามติอีก 3-4 คดีใหญ่ที่มีผลกระทบประเทศไทย
ที่ซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีเข้ามายุ่งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจมากเกินไป ว่า ตนไม่ได้ยุ่งอะไรกับโผตำรวจเลย ตนมีหน้าที่เดียวคือให้คดีเดินไปได้ ตรงนี้ชัดเจน เรื่องตำรวจมี 2 ประเด็นเป็นเชิงนโยบาย ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล คือ การโยกย้ายแต่งตั้งเนื่องจากมีความคาบเกี่ยวกับเรื่องของการปรับโครงสร้างของ ส.ตช.ใหม่ ซึ่งต้องระมัดระวังเรื่องข้อกฎหมาย
“เหตุผลที่ผมต้องทำอันนี้ผมบอกตรงๆเลย เพราะว่าที่ผ่านมาผมนั่งเป็นประธานก.ตช.อยู่ หลายครั้งเห็นความไม่รอบคอบในเรื่องของกฎหมาย เสนอเรื่องเข้ามาใน ก.ตช. 2 ครั้งที่ผมเห็นว่าขัดต่อกฎหมาย และสุดท้ายก็ต้องยับยั้งไป เพราะฉะนั้นไม่อยากให้เกิดปัญหาอย่างนี้ เพราะรัฐบาลต้องทำตามกฎหมาย และอีกเรื่องคือมาซ้อนกับการโยกย้ายแต่งตั้งประจำปี จุดของผมก็คือว่าต้องคิดถึงอนาคต เรากำลังจะมีผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ของสำนักงานตำรวจ ถ้าเราไปทำอะไรไว้และคนที่เขาเป็นผู้บริหารใหม่เข้ามาและเขาบริหารงานไม่ได้ งานมันก็เสียหายเท่านั้นเองครับ ผมไม่ได้ไปดูเลยว่าตัวบุคคลเป็นใคร สองเรื่องนี้เท่านั้นที่ผมดูแลให้เรียบร้อย และไม่ต้องการให้กระบวนการตรงนี้ไปข่มขวัญคนที่เขาทำคดี เพราะคนที่เขาทำคดีเขากลัวเรื่องนี้ ว่าถ้าทำคดีไปแล้วว่ามีเสียงพูดกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ว่าเขาจะถูกลงโทษอะไรต่างๆ ผมก็บอกว่าต้องไม่มีของพวกนี้ แต่ผมไม่ได้ไปแทรกแซงเรื่องตัวบุคคลครับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ดูเหมือนกับว่านายกฯใส่ใจกับคดีใดคดีหนึ่งโดยเฉพาะมากเกินไป นายกฯ กล่าวว่า ไม่หรอก เพราะตนมีความสนใจอยู่ 3-4 คดีที่ติดตาม แต่บังเอิญสื่อสนใจคดีนั้นเป็นพิเศษ มีคดีเรื่องอื่นอีกที่ต้องติดตามเนื่องจากเป็นผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ ถ้าไม่สามารถเดินหน้าได้เป็นอย่างดีแล้วจะเสียหายต่อส่วนรวม
เมื่อถามว่า คดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯคืบหน้ามากแค่ไหน นายกฯพอใจกับการทำงานของทีมพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พอใจระดับหนึ่ง เพราะคิดว่ายังมีมากกว่านี้ เมื่อมีมากกว่านี้ก็ต้องให้เขาเดินต่อ
เมื่อถามว่า มีการออกหมายจับแล้วแต่ยังไม่สามารถจับกุมได้ นายกฯ กล่าวว่า ต้องพยายามจับให้ได้ และต้องพยายามขยายผล
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องตำรวจนั้นนายกฯจะกำชับคนรอบข้างไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แทรกแซง หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ชัดเจนว่าอย่าเข้าไปยุ่ง หรือเรื่องการเมืองจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องตัวบุคคลนั้นไม่สมควร แต่ตนดูในเชิงนโยบายเท่านั้นว่าอย่าไปทำอะไรผิดกฎหมาย ต้องท้วงติงกัน เช่น เรื่องคุณสมบัติก็ต้องท้วงติงกันไปว่า ไปยกเว้นรวมๆไม่ได้ กฎหมายเขาบอกให้ยกเว้นเฉพาะราย
"เทพไท"ยันนายกฯไม่ล้วงลูกโผสีกากี
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกฯ ไม่รู้จักใครเป็นการส่วนตัว จึงไม่มีพฤติกรรมที่จะไปล้วงลูกตามข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่มีคนของตัวเองที่จะส่งเข้าไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญ แต่การเข้าไปดูแลก็เพื่อทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนเรื่องการตั้งรักษาการ ผบ.ตร.ที่หลายฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสม เพราะ ผบ.ตร.ยังทำงานอยู่ในประเทศนั้น หลักของการแต่งตั้งผู้รักษาการแทน ไม่ได้อยู่ที่บุคคลผู้นั้นจะอยู่ในหรือนอกประเทศ แต่อยู่ที่ว่าบุคคลนั้นอยู่ที่ใดแล้วปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ เช่น ถ้าอยู่ในกทม.แล้วต้องเข้าโรงพยาบาล อยู่ในห้องไอซียูก็ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ จึงต้องตั้งรักษาการขึ้นมา ดังนั้น การที่นายกฯ ตั้งรักษาการผบ.ตร.ก็เป็นเรื่องที่ทำได้
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นกระทู้ถามสดในสภาเกี่ยวกับความขัดแย้งของนายกฯ กับผบ.ตร.ว่า ถือเป็นสิทธิที่สภาเปิดให้ตั้งกระทู้ถามได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราคาดหวังว่าอยากให้มีการเคลื่อนไหวในระบบ โดยมั่นใจว่า สภาจะเป็นเวทีที่แก้ปัญหาได้ ดีกว่าออกไปยุยงให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวนอกสภาสร้างปัญหาให้กับประเทศ



