
ตามหาลูกสาว!! หายตัว 100 วัน
มูลนิธิกระจกเงาพาแม่วัย 60 ปี ร้องยธ.ช่วยตามหาลูกสาวหลังหายตัวครบ 100 วัน รองปลัดยธ.ส่งตรวจดีเอ็นเอเก็บเป็นหลักฐาน
31ส.ค.59 - นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา นำนางเฮียง วชิมาเภท อายุ 60 ปี และนางอริสรา หอมขจร ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ติดตามตัว น.ส.เสาวรจน์ วชิมาเภท วัย 33 ปี บุตรสาว พนักงานบริษัทโฮยาฯจำกัด ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันครบ 100 วันแล้วแต่ยังไม่สามารถติดตามตัวได้
นายเอกลักษณ์ กล่าวว่ามูลนิธิกระจกเงาได้รับการประสานจากญาติของ น.ส.เสาวรจน์โดยขอให้ช่วยติดตามตัวผู้สูญหายตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.จึงได้เข้าไปช่วยประสานกับตำรวจกองปราบปรามกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์และสภ.คลองหลวงให้ช่วยตรวจสอบให้ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ซึ่งในส่วนของมูลนิธิฯตามปกติหากมีการแจ้งสูญหาย หากเป็นกรณีเด็กสูญหายก็ลงพื้นที่และลงประกาศตามหา ส่วนในกรณีผู้ใหญ่สูญหาย ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลซึ่งมีทั้งสมัครใจสูญหายจงใจที่จะสูญหาย และเกิดเหตุร้ายที่ทำให้สูญหาย เบื้องต้น ไม่มีผู้พบน.ส.เสาวรจน์ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีการติดต่อญาติหรือเพื่อนมานาน ขาดงานโดยไม่ได้ลา และไม่มีการถอนเงินในบัญชีไปใช้จ่าย จึงเข้าข่ายสูญหายเพราะเกิดเหตุร้าย เนื่องจากผู้สูญหายมีทรัพย์สินติดตัว สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2บาท 1สลึงและโทรศัพท์โอโฟน 6
“เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วมูลนิธิฯเคยรับแจ้งคนขับรถกระบะสูญหาย เมื่อติดตามคดีพบว่าสาเหตุเกิดจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ซึ่งกรณีของน.ส.เสาวรจน์ ก็เกรงจะเกิดเหตุเช่นเดียวกัน เพราะข้อมูลพบว่าเป็นบุคคลที่มีหน้าตาดี มีชายหนุ่มเข้ามาติดพันหลายคน แต่จากการสอบถามไปยังเพื่อนที่ทำงานด้วยกันและผู้ที่อาศัยอยู่ในที่พักเดียวกันไม่พบเห็นน.ส.เสาวรจน์หลังจากที่กลับเข้าที่พักแล้วอีกเลย อย่างไรก็ตาม คดีนี้ตำรวจก็ยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าทางคดีมายังครอบครัวผู้สูญหายเลย”หัวหน้าศูนย์คนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ฯมูลนิธิกระจกเงากล่าว
นางเฮียง มารดา กล่าวว่า ตนเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ดมีลูกสาว 3 คนและน.ส.เสาวรจน์ เคยมีครอบครัวแล้วแต่แยกทางกับสามีไปแล้ว มีลูกสาว 1 คน ซึ่งตนและพี่สาวของผู้สูญหายช่วยกันเลี้ยงดูตามปกติน.ส.เสาวรจน์จะพักอาศัยอยู่ที่หอพักคนงานในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ตั้งแต่หายตัวไปก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย
ด้านพ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กระทรวงยุติธรรมจะรับเรื่องดังกล่าวไว้และให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์ประสานกับตำรวจสภ.คลองหลวง และให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เก็บดีเอ็นเอของมารดาผู้สูญหายเพื่อเก็บไว้เป็นวัตถุพยานหากพบบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีดีเอ็นเอตรงกันจะได้ตรวจสอบได้



