
"ไทย-เดนมาร์ค"งัดแผนวิสาหกิจ ปูพรมสู่แบรนด์“นมแห่งชาติ”
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า อ.ส.ค.ได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรรวมถึงผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คเพื่อก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติภายในปี 2564 ตามแผนวิสาหกิจระยะ 5 ปี (2560-2564) ของ อ.ส.ค. โดยมี 4 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมกิจการโคนมและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างมืออาชีพ 2.ยกระดับการดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ 3.ยกระดับกระบวนการผลิตนมพร้อมดื่มด้วยนวัตกรรมบริการ และ4.การบริหารจัดการ อ.ส.ค.อย่างมืออาชีพ โดยเบื้องต้นมีเป้าหมายเสริมสร้างแบรนด์ไทย-เดนมาร์คให้อยู่ในใจของคนไทย (Top of Mind) และให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้และยอมรับผลิตภัณฑ์นมไทยเดนมาร์ค หากนึกถึงนมของประเทศไทยต้องนึกถึงนมไทย-เดนมาร์คเป็นแบรนด์แรก
ขณะเดียวกัน อ.ส.ค.ยังมีเป้าหมายส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมนมแบบครบวงจรและสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งยังมุ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลและองค์ความรู้ด้านโคนมและอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ และยกระดับการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีสมรรถนะสูงด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้มีมาตรฐานในการบริหารจัดการ มีผลประกอบการดีขึ้น และทำงานได้ตามเกณฑ์ชี้วัด โดยภายใน 5 ปีข้างหน้า อ.ส.ค.ได้ตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คทั้งตลาดภายในและต่างประเทศสูงขึ้นถึง 1 หมื่นล้านบาท/ปี หรือเติบโตขึ้นปีละไม่น้อยกว่า 10 %
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน อ.ส.ค. ได้เตรียมแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับปริมาณน้ำนมดิบของเกษตรกรสมาชิกที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นปีละ 10 % ซึ่งคาดว่าจะมีนมดิบเข้าสู่โรงงานวันละ ประมาณ 620-750 ตัน โดยจะเพิ่มศักยภาพการผลิตของโรงงานแปรรูปเน้นใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย และพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกร และพัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานน้ำนมดิบของประเทศควบคู่ไปด้วย
“อ.ส.ค.ยังคงยึดนโยบายใช้นมโคสดแท้ 100 % เป็น วัตถุดิบในการผลิต ไม่ผสมนมผง เพื่อดูแลผลผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยจะเร่งส่งเสริมพัฒนายกระดับฟาร์มโคนมของเกษตรกรจากฟาร์มขนาดเล็กซึ่งมี จำนวนแม่โครีดนมไม่เกิน 20 ตัว/ฟาร์ม เพิ่มเป็นฟาร์มขนาดกลาง มีโครีดนม 30-50 ตัว/ฟาร์ม พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรนำฟาร์มเข้าสู่มาตรฐานจีเอพี (GAP) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีฟาร์มโคนมได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP แล้วกว่า 4,025 ฟาร์ม จากทั้งหมด 16,770 ฟาร์มทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพนมดิบให้ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด นำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพิ่มมากขึ้น จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายนมดิบคุณภาพด้วย”ผอ.อ.ส.ค.กล่าว
นอกจากนั้น อ.ส.ค.ยังมีแผนวิจัยและพัฒนายกระดับการผลิตผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คให้ได้มาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ พร้อมให้ฝ่ายผลิตปรับลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับคู่แข่ง ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์นมให้มีความหลากหลาย มีการส่งเสริมและขยายฐานตลาดทั้งในและต่างประเทศด้วย เพื่อผลักดันยอดขายเพิ่มสูงขึ้นให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้



