ตัวแทนลิขสิทธิ์แจ้งความแม่ค้าโพสต์หมิ่น
บุก ปอท.แจ้งดำเนินคดีแม่ค้าโพสต์หมิ่นฯ ตัวแทนลิขสิทธิ์อ้างล่อซื้อแสดงหนังสือรับมอบอำนาจถูกต้อง ชี้คลิปถูกตัดต่อทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงตกเป็นจำเลยสังคม
30 ส.ค. 59 จากกรณีเฟซบุ๊ก Lek Saraburi โพสต์คลิปเหตุการณ์ระบุ “ ลิขสิทธิ์มา5คนตีกับแม่ค้า2แม่ลูกสู้กับลิขสิทธิถึงกับถอดรองเท้าวิ่งหนี้แม่ลูกน่าอายเป็นผู้ชายแท้ๆ. ยัง แอบอ้างนายตำรวจว่าเป็นหลานท่าน แม่ค้าใจเด็ด โทรถามท่านๆตอบว่าผมไม่มีหลานแบบนี้ครับแม่ค้าส่งคลิปให้ท่านดูแล้ว. ถ้าหากินแบบก็ต้องเจอ. ของจริงจร้าแม่ค้าชื่อเจ้เล็กบอกว่าจะมาเอารองเท้าคืนติดต่อได้ตลอด. 24 ช. ม. คะ555 ” เมื่อเวลา 22.16 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีการแชร์และเผยแพร่ไปในโซเชียลมีเดีย เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายหาญพล ขยัน อายุ 30 ปี ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทนิว สตาร์ มีเดีย จำกัด (บริษัทเจ้าของลิขสิทธ์) พร้อมด้วย นายอภิชาติ ตาลเจริญ อายุ 40 ปี นายธงชัย สุตสม อายุ 39 ปี นายสมโชค อิ่มบุญตา อายุ 37 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สมบัติ สมบัติโยธา รอง สว.กก.3 บก.ปอท. หลังจากเฟซบุ๊ก Lek Saraburi โพสต์คลิปพร้อมทั้งข้อความทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
นายหาญพล กล่าวว่า ตนและพวกบุคคลที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวซึ่งเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้าทำการตรวจค้น ตนได้ให้ทางพนักงานบริษัททำการล่อซื้อ จากนั้นจึงได้แสดงหนังสือรับมอบอำนาจ และใบร้องทุกข์ที่ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี พร้อมทั้งได้ประสานให้ พ.ต.ท.จิรยุส สุขแสง สว.ฝ่ายมาตรฐานประกันคุณภาพ 1 สศป. เดินทางไปด้วย แต่ทางร้านไม่เชื่อ โดยทางเจ้าของร้านอ้างว่าเป็นภรรยาตำรวจ และได้ให้พวกตนคุยกับตำรวจที่ดูแลร้าน อย่างไรก็ตาม คลิปที่ปรากฏนั้นมีการตัดต่อออกไปบางส่วน จึงทำให้ผู้ที่รับชมเกิดความเข้าใจผิด อีกทั้งตนกับพวกเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
นายอภิชาติ กล่าวว่า ตนเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปและถูกรุมทำร้าย ซึ่งทำให้ตนต้องตกเป็นจำเลยของสังคม จึงอยากออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เอกสารทุกอย่างที่นำไปแสดงต่อทางร้านนั้นเป็นของจริงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตนจะดำเนินคดีกับผู้โพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าวด้วย
ร.ต.อ.สมบัติ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้และแจ้งข้อหา “หมิ่นประมาท” กับเฟซบุ๊กชื่อ “Lek Saraburi” พร้อมทั้งจะทำการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการหาข้อเท็จจริงต่อไป



