ข่าว

นายกฯระบุอย่าให้ความสำคัญวันครบรอบเบอร์ซาตู

นายกฯระบุอย่าให้ความสำคัญวันครบรอบเบอร์ซาตู

30 ส.ค. 2559

ประยุทธ์ยืนยันดูแลความปลอดภัยเต็มที่ วอนสื่ออย่าเสนอข่าวเหมาเหตุเกิดทั้ง4จังหวัด ชี้สถานการณ์ลดลงเยอะ ยอมรับใช้กฎหมายแรงก็โดนโจมตี“ละเมิดสิทธิ”

-- 30 ส.ค.59- เวลา 14.00น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการดูสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงวันสถาปนาขบวนการแนวร่วมเพื่อเอกราชแห่งปาตานี หรือเบอร์ซาตู 31 ส.ค. ว่า วันครบรอบเบอร์ซาตูก็มีทุกปี เราก็อย่าไปให้ความสำคัญ ซึ่งเราให้ความสำคัญในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น และถ้าอยากให้ดีที่สุดต้องตรวจรถทุกคันที่ผ่านด่าน จอดแล้วเปิดท้ายรถเปิดเบาะ แต่ก็ทำไม่ได้สักอย่าง เดือดร้อน ตรงนี้ต้องสร้างการรับรู้ใหม่ ถ้าต้องการความปลอดภัย ต้องร่วมมือ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น แต่วันนี้พอแตะอะไรปุ๊บก็มีเรื่องสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิ ทำไมไม่ไปเล่นงานคนวางระเบิดแบบนั้น ละเมิดสิทธิใครหรือเปล่า โดยยืนยันว่าจะดูแลสถาการณ์เต็มที่ อย่าไปขยายความว่าวันไหน มันก็มีวันแบบนั้นทุกปี ทุกวัน ทั้งปีด้วยซ้ำ มันคือวันเก่าๆ เรื่องเก่าๆ ถ้าเราให้ความสำคัญมากๆ ก็ไม่ได้ในทางสื่อสาร แต่ในทางปฏิบัติต้องเข้มงวด ไม่มีอะไรได้ร้อย ถ้าไม่ร่วมมือ อย่างเต็มที่           

  

 “ผมบอกหลายทีแล้วเรื่องภาคใต้ เราทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ในเรื่องมาตรการเสริม มาตรการพิเศษ ห้ามใช้ถนนก็ไม่ได้ เคอร์ฟิวไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้หมด แล้วต้องใช้ทหาร ตำรวจ ต้องเท่าไร ไปเฝ้าทุกเส้นทาง มันมีกี่เส้น และมีกี่กลุ่มที่ต้องดูแลครู นักเรียน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ก็โดนกันหมด ซึ่งต้องไปบังคับกลุ่มคน ที่มาพูดคุยกับเรา ทำเรื่องนี้ให้มันชัดเจนขึ้น จะมีมาตรการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ถึงจะไปสู่กระบวนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ถ้ามาต่อรองด้วยการใช้ความรุนแรง ผมก็ต้องใช้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้น ประชาชนก็เดือดร้อน ไม่มีสูตรอื่น อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวอะไร ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามอยู่แล้ว” นายกฯ กล่าว

           

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระเเสข่าวว่านายกฯจะยกเครื่องข่าวกรองใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ข่าวกรองก็คือข่าวกรอง ข่าวกรองต้องเข้าใจมันจะมีข่าวทางยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี นำยุทธศาสตร์กว้างๆ มาสู่การปฏิบัติ ซึ่งข่าวที่ได้มามีหลายความน่าเชื่อถือ บางทีก็เป็นข่าวบอกกันมา มี ก ข ค ง ต้องไปสู่กระบวนการตรวจสอบ บางครั้งอาจไม่ทัน เพราะข่าวเยอะมาก แต่ก็ต้องสรุปให้ได้โดยเร็ว ซึ่งเขาก็ทำอยู่ ประเด็นก็คือพื้นที่กว้าง แต่ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ เพราะทุกคนต้องทำ ดังนั้นมาตรการสำคัญคือมาตรการป้องกันเชิงรุก ต้องวางกำลังป้องกันเข้มแข็ง การหาข่าวก็จะรู้แต่ข่าวกว้างๆ ว่าจะเกิดในพื้นที่ไหน แต่คงไม่มีใครบอกว่าจะเกิดระเบิดจุดใด ต่างประเทศก็ทำไม่ได้ขนาดนั้นเพียงแต่เขาใข้มาตรการป้องกันเชิงใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ห้ามเข้าห้ามออกรถทุกคันต้องตรวจ เขาทำแบบนั้นจึงทำได้ แต่บ้านเราทำไม่ได้ ตนไม่ได้โทษประชาชน แต่ประชาชนต้องร่วมมือ ในการบังคับใช้กฎหมาย ช่วยกันคนละทางสองทางก็ดีเอง จะพูดคุยหรือพัฒนาอย่างเดียวก็ไม่ใช่ ไม่ใช้กฎหมายก็ไม่ใช่ ต้องใช่ทุกอย่าง และประชาชนก็จะเป็นผู้รับผลกรรม ฉะนั้นต้องเห็นใจเขา เวลาเสนอข่าวอะไรออกไป เพราะบางครั้งเกิดสถานการณ์บางพื้นที่ บางอำเภอ ไม่ได้เกิดทั้งหมด แต่กลับไปบอกว่าเกิดสี่จังหวัด ก็จะยิ่งไปกันใหญ่ เดิมเกิดหลายหมู่บ้าน แต่วันนี้ลดลงเยอะ ปัญหาคือจะไปไล่ล่าอย่างไรในพื้นที่มันทำไม่ได้ แต่จะต้องปิดล้อม สกัดกั้นทั้งหมดทุกเส้นทาง เพื่อไม่ให้ขยายไปที่อื่น แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะประชาชนต้องการเสรี ตรงนี้ต้องช่วยกันคิดสร้างความเข้าใจ ขอให้เข้าใจว่าเราไม่ได้รบกับชาวบ้าน แต่เราไปรบกับโจรต้องบังคับกฎหมาย อย่าให้ไปพันกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เขาเป็นอาชญากรรมร้ายแรง เป็นอาชญากร ซึ่งเราพร้อมให้อภัย แต่ต้องมาสู่กระบวนการยุติธรรม มีคณะทำงานไม่รู้กี่คณะ โครงการพาคนกลับบ้านก็มี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็มี เพื่อกลับคืนสู่สังคมคนดี และก็มีคนกลับมาเยอะ ส่วนบางคนที่ไม่กลับต้องมาดูว่าทำไมไม่กลับ ขออย่าไปเขียนเพราะหลักการเหตุผลพันกัน

 

        

  “ใครจะรู้มากกว่าผม ซึ่งอยู่ฝ่ายความมั่นคงมาตลอดชีวิต การแก้ปัญหาภาคใต้ก็แก้มาก่อนหน้าผม รัฐบาลที่แล้วผมก็บอกว่า การพูดคุยเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ข้อสรุปที่เดียว ต้องทำอย่างอื่นไปด้วย ทั้งการพัฒนาและเรื่องการศึกษา ซึ่งวันนี้ผมก็ทำใหม่ทั้งหมด ผมลงลึกถึงขนาดที่ว่าสอนภาษาไทยกันอย่างไร จะต้องท่องจำกันหรือเปล่าให้เข้าใจว่าคืออะไร เหมือนฝึกทหารใหม่ ซึ่งมันมีวิธีการอยู่ที่ระบบการศึกษา ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ทำเต็มที่ เร่งรัดหมดโดยเฉพาะห้องเรียนกีฬา ที่เสนอมาหลายรัฐบาลแล้วไม่เกิด ก็เลยมาทำเอง” นายกฯ กล่าว

////