ข่าว

จ่อหมายจับคนร้ายแฮกตู้เอทีเอ็ม

จ่อหมายจับคนร้ายแฮกตู้เอทีเอ็ม

30 ส.ค. 2559

ตำรวจเตรียมออกหมายจับ 1 ผู้ก่อเหตุแฮกเอทีเอ็มภายใน 1-2 วันนี้ เผยทราบตัวเกือบทั้งหมดแล้ว ชี้ไม่น่าจะเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด


               30 ส.ค. 59  เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต  พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษาสบ10 (สัญญาบัตร10) พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจต่างๆ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุประกอบด้วย สภ.เมืองภูเก็ต สภ.วิชิต สภ.ฉลอง สภ.ท่าฉัตรไชย และ สภ.สาคู ประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีคนร้ายก่อเหตุโจรกรรมเงินตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และพื้นที่ต่อเนื่อง ได้แก่ จ.พังงา จ.สุราษฎร์ธานี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร หลังจากมีการสืบสวน และทราบชื่อผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ 1 ราย คือ นาย RUSTAM SHAMBASOV อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย ซึ่งขณะนี้ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา

               พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษาสบ.10 กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนการประชุม ว่า จากการทำงานของชุดสืบสวนทุกฝ่ายทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในพื้นที่ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน และบริษัทเจ้าของผู้ผลิตตู้เอทีเอ็ม ขณะนี้ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะรวบรวมนำหลักฐานเสนอต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องสงสัยรายแรก คือ นาย RUSTAM SHAMBASOV อายุ 29 ปี ได้ภายใน 1 - 2 วันนี้

               ส่วนผู้ร่วมกระบวนการคนอื่นๆ อีกประมาณ 4 คน และคนที่ตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ นั้น น่าจะเป็นแค่ม้า หรือคนทำหน้าที่กดเงินเท่านั้น ขณะนี้ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ซึ่งได้ข้อมูลที่ค่อนข้างเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะเรื่องของรถที่คนร้ายเช่าไปก่อเหตุ ทั้งในส่วนของรถยนต์ซีวิค รถยนต์วีออส และรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ จนทำให้ทราบจุดก่อเหตุ และรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน และอาจจะทำให้เสียรูปคดี

               “คนร้ายที่ก่อเหตุนั้น เบื้องต้นไม่น่าจะเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสัญชาติใดบ้าง แต่ยืนยันว่าเรามีข้อมูลทั้งหมดแล้ว โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อความชัดเจน ในการที่จะเสนอขอออกหมายจับต่อไป”

               ในส่วนของพนักงานธนาคารเท่าที่ตรวจสอบไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยคนร้ายนั้นจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และก่อนลงมือมีการศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี ส่วนกรณีที่คนร้ายรายแรกได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วนั้น หลังจากที่มีการออกหมายจับก็จะมีกระบวนการในการติดตามคนร้ายมาลงโทษอยู่แล้ว ขณะเดียวกันในส่วนของการติดตามทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปนั้นยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบว่ามีการนำออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายละเอียดอะไรได้มากนักเช่นกัน”

               พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า ในส่วนของการทำคดีนั้นก็ไม่ได้กดดันแต่อย่างใด เพราะเราได้รับแจ้งความหลังเกิดเหตุนานพอสมควร คือ เมื่อประมาณกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดังนั้นการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ค่อนข้างยากและต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ทุกฝ่ายก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ และทางผู้บังคับบัญชาก็เข้าใจในจุดนี้

               สำหรับการที่ออกมาเผยแพร่ข้อมูลและภาพของผู้ก่อเหตุผ่านทางสื่อต่างๆ นั้น เพื่อให้ผู้เห็นเหตุการณ์ได้ช่วยกันแจ้งเบาะแส และตื่นตัวช่วยกันเฝ้าระวังสังเกตบุคคลต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายคนยุโรปตะวันออก กรณีที่พบว่าไปกดเงินโดยที่ไม่มีการใช้บัตร หรือใช้บัตรในลักษณะผิดปกติหรือเห็นเงินออกมาเป็นจำนวนมากและอยู่บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มเป็นเวลานานๆ ในช่วงหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ได้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยตรวจสอบ ซึ่งหากทุกฝ่ายช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังก็จะทำให้คนร้ายไม่กล้าที่จะเข้ามาก่อเหตุอีก