ข่าว

นำร่องอีเพย์เมนท์ ก.ย.จ่ายเงิน“เด็กแรกเกิด”

นำร่องอีเพย์เมนท์ ก.ย.จ่ายเงิน“เด็กแรกเกิด”

30 ส.ค. 2559

กรมบัญชีกลางขานรับนโยบายรัฐ นำร่องจ่ายเงินเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดผ่านอีเพย์เมนท์เดือนละ 400 บาท วันที่ 9 กันยายนนี้ เตรียมขยายสู่เบี้ยยังชีพคนชราและเบี้ยผู้พิการ

               นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางพร้อมรองรับนโยบายของรัฐบาลในการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมให้ประชาชนโดยตรงผ่านระบบอีเพย์เมนท์ ซึ่งจะนำร่องการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิโดยตรงอัตราเดือนละ 400 บาท ในวันที่ 9 กันยายน 2559 พร้อมกันทั่วประเทศ ให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิทั้งสิ้น 85,000 คน ผ่านงบประมาณจำนวน 34 ล้านบาท หลังจากนั้นจะขยายไปยังเงินสวัสดิการโครงการอื่นๆ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้พิการ เป็นต้น

               ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้ประชุมชี้แจงมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณโดยได้ทำหนังสือเวียนถึงส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้เตรียมการจัดซื้อจัดจ้าง เริ่มกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตงาน (ทีโออาร์) การเผยแพร่ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง จนถึงขั้นตอนได้ตัวผู้รับจ้าง เพื่อเตรียมการในช่วงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2560 เมื่อ พ.ร.บ.งบประมาณประกาศบังคับใช้แล้วจะเริ่มดำเนินการลงทุนได้ทันที

               ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไปให้ส่วนราชการเริ่มเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำร่างทีโออาร์ประกาศเชิญชวนและอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้าง รวมทั้งผลการเบิกจ่ายงบประมาณของทุกหน่วยงาน และเริ่มลงนามสัญญาช่วงเดือนตุลาคม จากนั้นให้เริ่มจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเบิกจ่ายงบลงทุน

               สำหรับโครงการลงทุนต่ำกว่า 2 ล้านบาท มีมูลค่า 90,000 ล้านบาท โครงการลงทุนขนาด 2 ล้านบาทถึง 1,000 ล้านบาท ต้องดำเนินการก่อหนี้ภายในสิ้นปี 2559 ส่วนโครงการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ต้องดำเนินก่อหนี้ภายในเดือนมีนาคมปี 2560 เพื่อให้งบลงทุนเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายและให้ส่วนราชการขยายระยะเวลานำงบประมาณปี 2559 ที่ยังคงเหลือในวันที่ 30 กันยายน 59 นำไปใช้จ่ายในการอบรมสัมมนาและต้องเบิกภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2559 เพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว

               ส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุนประจำปี 2559 ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม เบิกจ่ายภาพรวม 2.215 ล้านล้านบาท มีสัดส่วน81.5% จากวงเงินรายจ่ายรวม 2.72 ล้านล้านบาท ขณะที่งบลงทุนเบิกจ่ายแล้ว 287,792 ล้านบาท คิดเป็น52.9% ของงบลงทุน 544,354 ล้านบาท จึงคาดว่างบลงทุนปีนี้เบิกจ่ายไม่ถึง80% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ ขณะที่ปี 2558 งบลงทุนเบิกจ่ายเพียง53.5% ในปี 2557 เบิกจ่าย47% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม มองว่างบกระตุ้นเศรษฐกิจมีการเบิกจ่ายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งไม่ได้นับรวมกับงบประมาณประจำปี โดยมีวงเงิน 149,000 ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว 128,000 คิดเป็น93%

               “ยอมรับว่าขณะนี้การเบิกจ่ายงบลงทุนยังล่าช้ากว่าแผน ซึ่งกรมบัญชีกลางได้เร่งรัด ให้เบิกจ่ายงบลงทุนผ่านการชี้แจงมาตรการ เพื่อกระตุ้นการเร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างและได้เวียนหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ เรื่องการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี กรณีไม่มีหนี้ผูกพัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา” นายมนัสกล่าว

               ขณะที่นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเสริมว่า รัฐบาลตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบลงทุนในปีงบประมาณ 2560 ไว้ที่ 87 % เท่ากับปีงบประมาณ 2559 โดยไตรมาสแรกของปีงบประมาณ (ตุลาคม-ธันวาคม) ตั้งเป้าเบิกจ่ายไว้ที่ 19 %,ไตรมาสสอง 41%,ไตรมาสสาม 63% และไตรมาสสี่ 87% ส่วนภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณรวมทั้งงบประจำ และลงทุนในสิ้นปีงบประมาณ 2560 ตั้งไว้ที่ 96%