หวังครึ่งปีหลัง“ส่งออก”กระเตื้องหนุนจ้างงาน
สภาพัฒน์เผยไตรมาส 2 ปี 59 คนว่างงานกว่า 4 แสน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย การจ้างงานภาคเกษตรลด 6.2% ส่วนอุตสาหกรรมเจอแรงกดดันจากส่งออกยังไม่ฟื้น หวังครึ่งปีหลังดีขึ้น
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2559 พบว่ามีผู้ว่างงาน 411,124 คนคิดเป็นอัตราการว่างงานเท่ากับ 1.08% เพิ่มขึ้นจาก 0.88% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การจ้างงานในไตรมาสนี้อยู่ที่ 37.39 ล้านคน ลดลง 0.90% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 โดยการจ้างงานในภาคเกษตรลดลง 6.2% เป็นผลกระทบสะสมจากภัยแล้งปี 2557 ที่ทำให้กิจกรรมในภาคเกษตรลดลงเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกัน แต่สถานการณ์ภัยแล้งที่คลี่คลายจะทำให้การจ้างงานในภาคเกษตรค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น
ส่วนการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมในไตรมาส 2 ปีนี้ ลดลง 1.7% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 สอดคล้องกับการส่งออกที่ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวเร่งขึ้นแต่การผลิตเพื่อส่งออกยังลดลง ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถรับภาระต้นทุนได้ก็หันไปใช้วิธีปรับลดแรงงาน รวมทั้งการเริ่มมีผลของมาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานซึ่งปรากฏในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกได้มีการยื่นขอใช้มาตรา 75 ทั้งหมด 89 กิจการ มีแรงงานทั้งสิ้น 40,226 คนโดยเหตุผลที่ยื่นใช้มาตรา75เพราะส่วนใหญ่คำสั่งซื้อลดลง
“การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมยังไม่น่ากังวล เพราะเห็นได้จากจำนวนการจ้างงานที่ปรับฐานลงมาจาก 6.5 ล้านคนในไตรมาสที่ 2 ปี 2558 และคงที่อยู่ที่ 6.4 ล้านคนมากถึงปัจจุบันแสดงว่าการปรับตัวตามการส่งออกเริ่มทรงตัวแล้วและเชื่อว่าภาวการณ์ส่งออกในครึ่งปีหลังจะเริ่มดีขึ้น โดย สศช.คาดว่าจะติดลบ 1.9% ขณะที่ครึ่งแรกติดลบแล้ว 2.2% เท่ากับครึ่งหลังจะต้องดีขึ้นซึ่งจะช่วยให้การจ้างงานในภาคการผลิตอุตสาหกรรมไม่ลดลงอีก” นายปรเมธีกล่าว
เลขาธิการ สศช. กล่าวถึงหนี้สินครัวเรือนด้วยว่า ในไตรมาส 2 ปี 2559 การผิดนัดชำระหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคชะลอตัวลง โดยมีมูลค่าเท่ากับ 98,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% คิดเป็นสัดส่วน 26.3% ต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รวม และคิดเป็นสัดส่วน 2.6% ต่อสินเชื่อรวม โดยการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับมีมูลค่า 10,527 ล้านบาท ลดลง 33.1% และคิดเป็นสัดส่วน 3.2% ของยอดสินเชื่อคงค้าง สำหรับการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปของสินเชื่อบัตรเครดิตมีมูลค่า 9,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว 3.0% และคิดเป็นสัดส่วน 3.1% ของยอดสินเชื่อคงค้าง



