
รัฐเดินเครื่องประกันราคามัน-ข้าวโพดคาดใช้เงินกว่า1.7 หมื่นล้าน-อุ้มเกษตรกร5ล้านราย
รัฐเดินหน้าประกันราคามันสำปะหลังและข้าวโพด คาดใช้เงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท อุ้มเกษตรกร 5 ล้านราย ตั้งราคามันกิโลละ 1.70 บาท ส่วนข้าวโพดประกันกิโลละ 7.10 บาท เปิดขึ้นทะเบียนก.ค.-ก.ย.นี้ มั่นใจขาดทุนน้อยกว่ารับจำนำ
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักเกณฑ์ วิธีดำเนิน โครงการประกันราคามันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2552/53 ครอบคลุมเกษตรกร 5 ล้านราย คาดรัฐบาลจะมีภาระการชดเชยส่วนต่างราคาประกัน จากราคาอ้างอิงในตลาดไม่รวมค่าบริหารจัดการ ทั้งสิ้น 17,147 ล้านบาท เป็นการชดเชยส่วนต่างราคาประกัน และราคาอ้างอิงของมันสำปะหลัง 10,692 ล้านบาท และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีก 7,055 ล้านบาท
“ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการนำนโยบายประกันราคามาใช้ จะทำให้รัฐบาลใช้เงินน้อยกว่าการรับจำนำเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็มั่นใจว่าจะขาดทุนน้อยกว่าการรับจำนำที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ประมาณ 5 ล้านราย จากเดิมที่มีคนได้ประโยชน์เพียง 17% ราคาประกันที่สูงกว่าต้นทุนการผลิต 20-30%” นายกอร์ปศักดิ์ระบุ
รัฐบาลได้กำหนดราคาประกันมันสำปะหลังไว้ที่ 1.70 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรทุกรายที่เข้าร่วมต้องมีผลผลิตต่อไร่ 3.6 ตัน มีเวลาขึ้นทะเบียนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ จากนั้นเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทำสัญญาประกันราคากับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน ได้หลังจาก 45 วันแต่ไม่เกิน 6 เดือนนับถัดจากวันทำสัญญา แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2553
ส่วนการประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กำหนดราคาประกันข้าวโพดความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 7.10 บาท เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทุกรายต้องมีผลผลิตต่อไร่ที่ 640 กิโลกรัม มีเวลาขึ้นทะเบียนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ จากนั้นเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนนี้ ธ.ก.ส.จะทำสัญญาประกันราคากับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ สัญญาประกันต้องไม่เกินครัวเรือนละ 20 ตัน
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการประกันราคาครั้งนี้ เกษตรกรไม่ต้องนำสินค้ามาส่งมอบให้กับรัฐบาลเหมือนกับโครงการรับจำนำ เพียงแต่เกษตรกรมาลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ได้รับการรับรองจากจังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นก็เข้าร่วมโครงการได้ โดยภายหลังขึ้นทะเบียนเกษตรกรสามารถขอรับเงินชดเชยส่วนต่างราคาประกันกับราคาอ้างอิงที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะประกาศทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือนได้ ตามปริมาณสินค้าเกษตรที่ขึ้นทะเบียน ทำสัญญาประกันไว้ กับ ธ.ก.ส. โดยจะได้รับเงินภายใน 3 วันทำการ
อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจสอบพบว่าข้อมูลการขึ้นทะเบียนของเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อเกษตรกร พื้นที่การเพาะปลูกไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็จะถูกดำเนินคดีกับเกษตรกรรายนั้นๆ ในข้อหาแจ้งความเท็จ



