ข่าว

ตัดสินกักบริเวณ"ซูจี"ต่ออีกปีครึ่งพม่าเสี่ยงโดนคว่ำบาตรเพิ่ม

ตัดสินกักบริเวณ"ซูจี"ต่ออีกปีครึ่งพม่าเสี่ยงโดนคว่ำบาตรเพิ่ม

12 ส.ค. 2552

ย่างกุ้ง-"ออง ซาน ซูจี" ถูกกักบริเวณต่ออีก 18 เดือน ส่งผลให้หมดสิทธิ์เข้าร่วมการเลือกตั้งปีหน้า แต่ทางการพม่าอาจโดนนานาชาติคว่ำบาตรเพิ่ม

ศาลพิเศษประจำคุกอินเส่งของพม่าได้ตัดสินเมื่อวันอังคาร (11 ส.ค.) ว่านางออง ซาน ซูจี แกนนำพรรคฝ่ายค้าน มีความผิดฐานละเมิดคำสั่งกักบริเวณในบ้านพัก และต้องโทษจำคุก 3 ปี พร้อมกับต้องทำงานหนักเพื่อรับใช้ชุมชน แต่ผู้นำรัฐบาลทหารพม่ามีคำสั่งให้ลดโทษเหลือเพียงแค่กักบริเวณไว้ในบ้านพักเป็นเวลา 18 เดือน ซึ่งจะส่งผลให้วีรสตรีประชาธิปไตยของพม่าผู้นี้ไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่รัฐบาลพม่ารับปากว่าจะจัดให้มีขึ้นในปีหน้าได้

 ในส่วนของนายจอห์น วิลเลียม ยีตทอว์ ชายชาวอเมริกันที่เป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมดจากการแอบว่ายน้ำข้ามทะเลสาบไปพักอยู่ที่บ้านของนางซูจีเป็นเวลา 2 วันนั้น ถูกตัดสินจำคุกรวมทั้งสิ้น 6 ปี แบ่งเป็นจำคุก 3 ปีในข้อหาละเมิดการถูกกักบริเวณไว้ที่บ้านพักของนางซูจี และอีก 3 ปีพร้อมกับทำงานหนักข้อหาละเมิดกฎระเบียบด้านการตรวจคนเข้าเมือง และยังต้องทำงานหนักเพื่อรับใช้ชุมชนเป็นเวลา 1 ปีฐานว่ายน้ำในพื้นที่ต้องห้าม

 ทั้งนี้ ในตอนแรก ศาลตัดสินให้นางซูจีต้องโทษจำคุก 3 ปี แต่หลังจากอ่านคำพิพากษาไปได้เพียง 5 นาที นายหม่อง โอ รัฐมนตรีมหาดไทยของพม่า ก็เดินเข้ามาในห้องพิจารณาคดี พร้อมกับอ่านคำสั่งพิเศษจากพลเอกตัน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดของพม่า ที่ให้ลดโทษของนางซูจีเหลือเพียง 1 ปีครึ่ง แถมยังให้ไปรับโทษที่บ้านพักแทน นอกจากนี้ยังลดโทษให้แม่บ้านทั้ง 2 คนของนางซูจีให้เหลือเพียงแค่ 18 เดือนเท่ากับผู้เป็นนายอีกด้วย

 นายหม่อง โอกล่าวว่า สาเหตุที่ลดโทษให้นางซูจีก็เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติสุข และความสงบเรียบร้อย ประกอบกับนางซูจีเป็นบุตรสาวของนายพลอองซาน วีรบุรุษของประเทศที่ทำให้พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ ทั้งยังกล่าวด้วยว่าโทษของนางซูจีอาจลดลงไปอีกหากว่านางซูจีทำตัวดีระหว่างที่ถูกกักบริเวณรอบใหม่

 ภายหลังจากที่ฟังรัฐมนตรีมหาดไทยอ่านคำสั่งลดโทษให้ นางซูจี ซึ่งมีใบหน้าเคร่งขรึมได้กล่าวขอบคุณสำหรับคำตัดสิน

 อย่างไรก็ตาม การตัดสินครั้งนี้ทำให้ทางการพม่าถูกรุมสับเละ และอาจถูกนานาชาติคว่ำบาตรเพิ่มเติม โดยนายอานิฟาห์ อามาน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจัดการประชุมเร่งด่วนขึ้นเพื่อถกกันถึงเรื่องนี้

 ด้านนายกอร์ดอน บราวร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจและโมโหเมื่อได้รับฟังคำตัดสิน พร้อมเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาตรการคว่ำบาตรห้ามทั่วโลกขายอาวุธให้รัฐบาลพม่า ซึ่งก็มีหลายประเทศได้ออกมาแสดงท่าทีเห็นด้วยแล้ว