
รายงาน-'อภิสิทธิ์' ต้องเลือก
ชาวบ้านต่างพากันสับสนกันหมดแล้วกับท่าทีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อกรณีของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เพราะหลังจากบีบให้ พล.ต.อ.พัชรวาท เดินทางไปประเทศจีน เพื่อต้องการไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพัน-นายพล โดยให้ลาราชการถึงวันที่ 14 สิงหาคม
แต่ พล.ต.อ.พัชรวาท กลับ "ดื้อแพ่ง" กลับมาก่อนกำหนดหลายวัน แถมยังทำหนังสือถึงนายกฯ ขอปฏิบัติราชการในหน้าที่ ผบ.ตร.ทันที ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม เล่นเอารัฐบาลต้อง "ตั้งรับ" แทบไม่ทัน เพราะทำให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ "อภิสิทธิ์" แต่งตั้งให้รักษาราชการแทน ผบ.ตร. และให้เข้ามาจัดการเรื่องบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายต้องสิ้นสภาพไปโดยปริยาย
แล้วจู่ๆ... "อภิสิทธิ์" ออกมาบอกว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ทำหนังสือถึงตนขอไปปฏิบัติภารกิจที่ภาคใต้ แถมยังขอให้มีการแต่งตั้งรักษาราชการแทน ผบ.ตร.เสียด้วย
เรื่องอย่างนี้...ระดับ "เด็กประถม" ยังไม่เชื่อเลยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท จะอาสาไปปฏิบัติราชการที่ภาคใต้เอง แถมยัง "ใจดี" ขอให้มีการแต่งตั้งรักษาราชการแทนตนเองอีกด้วย
และล่าสุดความจริงก็ถูกเปิดเผยเมื่อ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกฯ ที่ดูแลตำรวจ ออกมายอมรับว่า ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ไปปฏิบัติราชการในภาคใต้ และมีการแต่งตั้งรักษาการ ผบ.ตร.ขึ้นมาทำหน้าที่แทน และจะเข้าประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้
ซึ่งการตัดสินใจของ "อภิสิทธิ์" ต่อกรณีของพล.ต.อ.พัชรวาท ต้องบอกว่า ไม่ได้เรื่องจริงๆ
และทำให้คะแนนนิยมในเรื่อง "ภาวะผู้นำ" ของ "อภิสิทธิ์" ที่เคยได้รับการยอมรับอย่างมากจากการที่ทำให้เหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมากลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในเวลาอันรวดเร็ว ต้อง "เสื่อมถอย" ลง
อย่างเช่น การแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นรักษาการ ผบ.ตร. รอบที่สอง จากการที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ไปปฏิบัติงานที่ภาคใต้ ก็ยังมีคำถามตามมาว่า จะตั้งรักษาการ ผบ.ตร.ไปได้อย่างไร ในเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท ซึ่งเป็น ผบ.ตร.ตัวจริง ยังปฏิบัติราชการอยู่ในประเทศ ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศอันทำให้ปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร.ไม่ได้อย่างที่ผ่านมา
เท่ากับว่ามี...ผบ.ตร.ซ้อน ผบ.ตร. !!!
สมมติว่าหลังวันที่ 12 สิงหาคม พล.ต.อ.พัชรวาท เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ภาคใต้เพียงไม่กี่วัน ก็เดินทางกลับมา กทม. ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่รัฐบาลต้องการให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ไปปฏิบัติราชการยาวที่ภาคใต้เป็นเดือนจนถึงเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ (โดยในระหว่างนี้ก็ให้ พล.ต.อ.วิเชียร รักษาราชการแทนไปเรื่อยๆ) โดยอ้างว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ไปปฏิบัติงานที่ภาคใต้สำเร็จทุกประการจึงกลับมาก่อนกำหนด...แล้วมันจะยุ่งเหยิงกันแค่ไหน
เพราะ "เกม" เล่นเอาคืนอย่างนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ก็เคยงัดนำมาใช้ให้เห็นไปแล้ว ด้วยการเดินทางกลับจากประเทศจีนก่อนกำหนด
อีกทั้งการใช้วิธีกดดันให้ พล.ต.อ.พัชรวาท เดินทางไปต่างประเทศบ้าง-ไปใต้บ้าง เพื่อไม่ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท ทำงานในตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้เต็มที่ ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นรัฐบาลที่ไหนเขาทำกัน
เพราะที่จริงเรื่องของ พล.ต.อ.พัชรวาท "อภิสิทธิ์" มีอยู่สองทางเลือกเท่านั้น
หนึ่ง...หากรัฐบาลต้องการเข้าไป "รื้อโผ" แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ พล.ต.อ.พัชรวาทจัดทำไว้ ก็ต้องปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร.หรือมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยอำนาจของนายกรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการแผ่นดิน ซึ่งที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็ใช้วิธีการนี้กันทั้งนั้น
แต่หากรัฐบาลไม่กล้าใช้วิธีนี้ เพราะเกรงว่าจะส่งผลสะเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากอาจทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เป็นพี่ชายของ พล.ต.อ.พัชรวาท และเป็นนักการเมืองในกลุ่มนายเนวิน ชิดชอบ ที่ร่วมรัฐบาลอยู่ไม่พอใจ
ก็คงต้องใช้ทางเลือกที่สอง คือ ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท นั่งในตำแหน่ง ผบ.ตร.ต่อไป และไม่ใช้วิธีบีบให้ไปโน้น-ไปนี้อย่างที่ผ่านมา
และถ้าหากต้องการเข้าไปรื้อโผโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ก็ใช้วิธีพูดคุยต่อรองกับ พล.ต.อ.พัชรวาท และ "กลุ่มเนวิน" อย่างเงียบๆ เป็นการภายในก็ได้ เพราะที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลไหนที่เวลาจะโยกย้ายข้าราชการ ทำอย่างเอิกเกริกผ่านสื่ออย่างนี้ เพราะมีแต่ "เสีย" กับ "เสีย"
แต่ถ้าหากยังใช้วิธีการเดิมๆ อย่างที่ผ่านมาไม่กล้าตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งไปเลย โดยปล่อยให้ "ครึ่งๆ กลางๆ" และสร้างความสับสนกันไปอย่างนี้
"ความเป็น "ผู้นำ" ของ "อภิสิทธิ์" ก็แทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย"
** โต๊ะข่าวการเมือง**



