ข่าว

นาย(ของ)ตำรวจคือใคร?

นาย(ของ)ตำรวจคือใคร?

12 ส.ค. 2552

“ตำรวจสับสนกันไปหมดแล้ว ไม่รู้จะเอายังไงกันแน่” นายตำรวจพูดถึงความไม่แน่นอนไม่ชัดเจนของคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในวาระอันใกล้นี้ ความไม่ชัดเจนของโครงสร้างองค์กรที่ผูกโยงอยู่กับตำแหน่งงาน บทบาท หน้าที่

และความรับผิดชอบของข้าราชการตำรวจนั้นส่งผลต่อการหวั่นไหวและความรู้สึกไม่มั่นคงในการทำงานพิทักษ์สันติราษฎร์ที่เหล่าบรรดานายตำรวจและบุคคลใกล้ชิดวงการตำรวจล้วนทราบและเข้าใจเป็นอย่างดีจนดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา

 ระบบการแต่งตั้ง โยกย้าย ในโลกของตำรวจนั้นใช้ระบบ (นายคิดว่า) เหมาะสมเป็นหลักสำคัญจนกลายเป็นวิถีวัฒนธรรม นายตำรวจพูดเสียดสีประชดประชันว่า “ระบบคุณธรรมเป็นเพียงความเพ้อฝัน มีแต่ คุณ น่ะ ทำ”

 เมื่อดิฉันตั้งคำถามถึงเหตุผลที่มาเบื้องหลังการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรตำรวจ นายตำรวจบ่นด้วยความอิดหนาระอาใจว่า “ไหนบอกว่ารับใช้ประชาชน ปรับโครงสร้างแต่ละที ไม่เห็นคิดเลยว่าประชาชนได้อะไรหรือประชาชนเสียอะไร แล้วมาพูดได้ยังไงว่านายของตำรวจคือประชาชน”

 ความในใจพรั่งพรูถึงความพยายามจัดสรรงบประมาณของโรงพักในการบริการประชาชน บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในระดับโรงพัก และการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อดูแลนาย บางทีเราน้อยใจเหมือนกันนะ เขาเรียกร้องการดูแลจนเราคิดว่า “นี่เขาคิดว่า จะให้เราปล้นชาวบ้านกินเลยมั้ง”

 “คุณรู้ไหม โรงพักอดอยากขนาดไหน ใครมาสนใจบ้าง? แล้วบอกว่า หัวใจอยู่ที่โรงพัก”

 เมื่อมีเสียงเริ่มต้นเสียงอื่นๆ จึงตามมา

 “ลองไปตรวจสอบดูได้ องค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่ปรับโครงสร้างมากที่สุด ทั้งปรับเล็กปรับใหญ่” นายตำรวจพูดในเชิงท้าทายตามด้วยการแสดงความคิดว่า “ขอเพียงให้นายนึกถึงความรู้สึกในอดีต เมื่อคราวที่เคยถูกนายตัวเองกระทำบ้างเท่านั้นทุกอย่างก็จะดีขึ้น”

 “ทำไมตำรวจชอบพูดแต่เรื่องของตนเอง เรื่องไม่ได้รับความยุติธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายซ้ำซาก” ดิฉันตั้งคำถามเนื่องจากเมื่อชวนคุยเรื่องปัญหาในวงการตำรวจคราวใด นายตำรวจมักจะพูดถึงประเด็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานของตนเองเป็นหลัก 

 ปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม หรือการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน กลายเป็นผลพวงของการที่พวกเขาไม่ได้รับความยุติธรรม “ยิ่งคลุมเครือแบบนี้ ยิ่งไม่ทำงาน ใจจดจ่ออยู่แต่ว่าจะวิ่งไปทางไหนดี” นายตำรวจพูดตอกย้ำให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า วัฒนธรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรตำรวจมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับการไร้ประสิทธิภาพในการพิทักษ์สันติราษฎร์

 “คิดดูง่ายๆ ที่มาของผู้กำกับมายังไง แล้วจะทำงานไปทำไม พูดตรงๆ ดีกว่า ผู้กำกับบางคนทำงานเป็นรึเปล่ายังไม่รู้เลย” ทุกคนรวมทั้งดิฉันมีความเห็นพ้องต้องกันว่างานพิทักษ์สันติราษฎร์มิใช่งานง่ายๆ จำเป็นต้องสะสมประสบการณ์ เชาวน์ไวไหวพริบ

 เสียงของนายตำรวจที่อาวุโสที่สุดปิดท้ายการสนทนาว่า “คนทำงานไม่ได้ดีหรอก แล้ววันหนึ่งตำรวจที่ทำงานจะตั้งคำถามว่า นี่เราโง่หรือฉลาดกันแน่? ที่ไม่รู้ว่านายของตำรวจคือใคร?”

ปนัดดา ชำนาญสุข
[email protected]