ข่าว

เกมหักเหลี่ยมเฉือนคม"อภิสิทธิ์-พัชรวาท"

เกมหักเหลี่ยมเฉือนคม"อภิสิทธิ์-พัชรวาท"

12 ส.ค. 2552

การดำรงอยู่บนตำแหน่ง ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ตำรวจให้ได้ศึกษาเรียนรู้ในหลายๆ ด้านที่จะเรียกว่าแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ว่าได้

 ทั้งการถูกย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อปลายปี 2551 และได้รับการโยกกลับมาเป็น ผบ.ตร.ตามเดิมในอีก 1 เดือนถัดมาเมื่อเปลี่ยนขั้วอำนาจการเมือง ทำให้ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นผู้นำตำรวจคนแรกและคนเดียวที่ถูกย้ายไปช่วยราชการแล้วยังกลับมาเป็น ผบ.ตร.ได้อีกครั้ง 

 แต่วิบากกรรมบนเส้นทางสายนี้ยังคงอยู่ เมื่อนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มองด้วยสายตาเคลือบแคลงถึงการปฏิบัติหน้าที่ผู้นำองค์กรตำรวจต่อคดีลอบยิง "สนธิ ลิ้มทองกุล" แกนนำพันธมิตรและผู้ก่อตั้งเอเอสทีวี และการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

 ระหว่างนี้เกิดกระแสปลดไม่ปลด พล.ต.อ.พัชรวาท พ้นเก้าอี้ แต่ยังดีที่ได้แบ็กหนุนหลังจากพี่ชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม มีการเจรจาต่อรองกันจนถึงวินาทีสุดท้าย ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าบิ๊กตำรวจจะยื่นใบลาพักร้อนไปปฏิบัติราชการที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 5-14 สิงหาคม 2552 ผ่านรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อเปิดโอกาสให้นายกฯ แต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา (สบ 10) ขึ้นรักษาการแทน ผบ.ตร.

 ทว่า 4 วันให้หลังจากการเดินทางไปจีนก็ปรากฏร่างเงาของ พล.ต.อ.พัชรวาท กลับมาทำงานตามปกติ เร็วกว่ากำหนดการเดิมถึง 5 วัน พร้อมกับทำหนังสือถึงผู้ใต้บังคับบัญชาแจ้งว่า กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และทำรายงานส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน

 เหตุใด ผบ.ตร.จึงเดินทางกลับก่อนกำหนด หลายคนไม่เชื่อตามข้ออ้างในรายงานที่ว่าเกิดพายุในจีนอันอาจส่งผลต่อการเดินทางกลับตามกำหนดการเดิม แต่จริงๆ แล้วมีเสียงกระซิบกระซาบจากวงในว่า เป็นเพราะบิ๊กตำรวจตัวสำรองผู้ที่เขาเสนอชื่อขึ้นรักษาการแทนระหว่างไปปฏิบัติภารกิจที่จีน กำลังจะฝ่าทางตันเรื่องการจัดทำโผแต่งตั้งรอง ผบก.-สารวัตร

 คนที่บิ๊กสีกากีเชื่อใจว่าไร้ปัญหาระหว่างการนั่งบัญชาการในฐานะเบอร์ 1 ถึงขนาดพกโผโยกย้ายไปพิจารณาที่จีนด้วย กลับสร้างปัญหาขึ้นเสียเอง โดย พล.ต.อ.วิเชียร ซึ่งมีความสนิทสนมกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้เชิญมาร่วมประชุมลับในห้องทำงานเมื่อช่วงสายวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายตำรวจระดับ พล.ต.ต.อีก 3 นายกับนายตำรวจติดตามอีก 2 คน เข้าร่วมหารือเกี่ยวกับอำนาจของรักษาการ ผบ.ตร.ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

 ในที่ประชุมวันนั้นได้ข้อสรุปว่าสามารถทำได้ คือ นำโผของ พล.ต.อ.พัชรวาท มาปรับเปลี่ยนให้ลงตัวและถูกใจคนในรัฐบาล ส่วนตำแหน่งที่มีอยู่แล้วให้เปลี่ยนเลขตำแหน่งแล้วปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนหน่วยที่เกิดใหม่ให้ปรับเกลี่ยตำรวจประจำสำนักงานและตำรวจที่ติดล็อกเมื่อครั้ง 26 คำสั่งในยุค พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ผบ.ตร.อยู่ในตำแหน่งใหม่ ส่วนตำแหน่งใดที่ว่างอยู่ก็ให้คงไว้ เพื่อเปิดทางให้ ผบ.ตร.คนใหม่มาจัดทำโผเอง

 เมื่อออกจากห้องประชุมนายพลตำรวจคนหนึ่งก็ได้รับโทรศัพท์จากคนใกล้ชิดนายกฯ ให้มาดักรอที่อาคารเอ็นบีที เพื่อขอดำเนินการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตามที่ได้หารือ

 แต่ไม่มีความลับใดในโลกา โดยเฉพาะในโลกของตำรวจด้วยแล้ว ไม่นานนักบิ๊กตำรวจก็ได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากเมืองไทย รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้รับฟังละเอียดยิบ พร้อมกับข้อแนะนำให้รีบกลับมาเมืองไทยโดยด่วน เพื่อทำโผขึ้นสู้และที่สำคัญการลาปฏิบัติราชการต่างประเทศในช่วงคาบเกี่ยวพิธีสำคัญ อาจกลายเป็นเป้าโจมตีมากขึ้น ประกอบกับที่จีนกำลังมีพายุเข้า ด้วยเหตุนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท เลยบินกลับโดยอ้างเหตุผลไปที่เรื่องของลมฟ้าอากาศ

 ทันทีที่ถึงเมืองไทยได้แวะเข้าไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโผโยกย้ายรอง ผบก.-สารวัตรกลับไปพิจารณาที่บ้านย่านโชคชัย 4 และพร้อมเซ็นลงนามได้ในทันที

 แต่เรื่องกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เนื่องจากการประกาศโครงสร้างใหม่ของ สตช.ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) แจ้งไปยังกองประกาศิตหรือสำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สังกัดสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 15 สิงหาคมนั้น สำนักอาลักษณ์ฯ ไม่เคยตอบรับเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 นอกจากนี้ ยังเคยทำหนังสือ นร.05808/ท 4812 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 ตีกลับโผนายพลที่ตั้งเรื่องรอทูลเกล้าฯ ถวายพร้อมกับเหตุผล ส่งถึงกองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพลในวันถัดมา กระทั่งมีความพยายามเลื่อนการประกาศโครงสร้าง สตช.ใหม่ในราชกิจจานุเบกษาไปเป็นวันที่ 1 ตุลาคม แต่เสียงส่วนใหญ่ใน ก.ตร.ยืนยันจะให้เป็นวันที่ 15 สิงหาคมตามเดิม แม้ว่าสำนักอาลักษณ์ฯ จะไม่เคยตอบตกลงอย่างเป็นทางการเลยแม้แต่ครั้งเดียวก็ตาม

 ดังนั้น จึงกลายเป็นสงครามจิตวิทยาเมื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท กลับเมืองไทยก่อนกำหนดจึงถูกกดดันจากการเมืองให้ลาต่อ เพื่อฝ่าทางตันเรื่องโผแต่งตั้ง แต่อีกฝ่ายปฏิเสธช่วงสายๆ วันที่ 10 สิงหาคม สามประสานตัวจริงของรัฐบาลจึงบีบให้บิ๊กตำรวจลงไปปฏิบัติราชการที่สามจังหวัดภาคใต้ ระหว่างวันที่ 13-18 สิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันก็พยายามซื้อเวลาให้การประกาศโครงสร้างใหม่ในราชกิจจานุเบกษาเลื่อนออกไป เพื่อให้ พล.ต.อ.พัชรวาท หมดโอกาสในการจัดทำโผ

 กว่าโครงสร้างใหม่ สตช.จะมีผลบังคับใช้บิ๊กสีกากีอาจจะเกษียณไปแล้วก็ได้ !?!