ข่าว

เบอร์กินี..ปกปิดเพื่อเปิดกว้าง คือพลังไม่ใช่ระเบิด

เบอร์กินี..ปกปิดเพื่อเปิดกว้าง คือพลังไม่ใช่ระเบิด

28 ส.ค. 2559

เปิดโลกวันอาทิตย์..

 

          เมื่อครั้งที่ ซีฮาม คาร์รา ฮัสซาน ยังเป็นสาวใสวัย 15 ปี พี่ชายพาไปเรียนว่ายน้ำที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งทางตะวันตกของนครซิดนีย์ วัยรุ่นตื่นเต้นมาก กระโดดลงสระน้ำทั้งในชุดเสื้อยืดและกางเกงขายาว

          ไม่กี่วินาที ก็มีไลฟ์การ์ด หรือเจ้าหน้าที่ช่วยคนจมน้ำ เดินมาบอกให้ขึ้นมาจากสระ เพราะเธอไม่ได้แต่งกายเหมาะสม

          คาร์รา ฮัสซัน ไม่เคยลืมวินาทีน่าอับอายที่สุดของชีวิต และไม่เคยลงสระอีกเลยใน 20 ปีล่วงมา กระทั่งมีสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า เบอร์กินี มาเปลี่ยนชีวิตของสาวมุสลิมที่อพยพเข้าไปอยู่ในออสเตรเลียเมื่อตอนอายุ 3 ขวบ

          เพราะมีเบอร์กินี ชุดว่ายน้ำแบบคลุมทั้งตัว จึงทำให้เธอลงว่ายน้ำในสระได้อีกครั้ง ได้หัดเรียนว่ายน้ำเมื่ออายุ 35 ปี และเวลานี้ การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ขาดไม่ได้ ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าหลังคลอดลูกได้เป็นอย่างดี

          เธอเล่าว่า เป็นคนอยู่เฉยไม่เป็น ยิ่งออกกำลังกาย ยิ่งได้ลงน้ำ ยิ่งมีความสุข ในตอนแรกที่เธอสวมชุดนี้ลงสระ นักว่ายน้ำคนอื่นๆ ก็จ้องมาแบบแปลกๆ แต่ไม่นาน ก็เริ่มมีคนเข้ามาถาม รวมถึงคนที่ไม่ได้เป็นมุสลิม เพราะอยากใส่เบอร์กินีบ้าง เพื่อปกป้องผิวกายจากแสงแดดสุดโหดในออสเตรเลีย

          คุณแม่ลูก 6 กล่าวว่า ลูกสาววัย 25 ปีของเธอ ตอนนี้ ยังเป็นครูสอนว่ายน้ำได้เพราะชุดเบอร์กินีอีกด้วย

เบอร์กินี..ปกปิดเพื่อเปิดกว้าง คือพลังไม่ใช่ระเบิด

(ภาพ AFP )

 

          เรื่องราวจึงผ่านไปด้วยดีมีความสุขสำหรับสตรีมุสลิมในประเทศแดดแรง และคนทั่วไปต้อนรับชุดว่ายน้ำแปลกใหม่อย่างไม่มีคำถามเรื่องความแปลกแยก แต่ไม่ใช่ที่ฝรั่งเศสในเวลานี้ ประเทศเสรีนิยมยุโรปที่บางทีคนนอกยากจะทำความเข้าใจ กับการยึดมั่นถือมั่นในหลักฆราวาสนิยมหรือโลกวิสัยนิยมอย่างเคร่งครัด ผสมกับความหวาดผวาการก่อการร้าย ด้วยน้ำมือของพวกสุดโต่งที่อ้างศาสนาแต่ศาสนาไม่เคยสอน

          พ่อเมืองอย่างน้อย 30  แห่งในฝรั่งเศส ประกาศเทศบัญญัติห้ามสวมชุดว่ายน้ำแบบเต็มตัวของหญิงมุสลิมตามชายหาด รวมถึงหาดดังอย่าง ริเวียรา เมืองนีซ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสก็ออกมาพูดสนับสนุน เพราะมองว่าชุดแบบมุสลิมในที่สาธารณะ ไม่สอดคล้องกับค่านิยมฝรั่งเศส แถมมองว่าชุดปกปิดทั้งตัวแบบเบอร์กินี เป็นสัญลักษณ์กดผู้หญิง แม้ว่าศาลปกครองมีคำสั่งระงับคำสั่งห้ามเบอร์กินีในเมืองตากอากาศแห่งหนึ่งแล้วเมื่อสองวันก่อน โดยชี้ว่าละเมิดเสรีภาพส่วนบุคคล แต่หลายเมืองก็ยังไม่ยอมยกเลิกการห้าม 

          แต่สำหรับ คาร์รา ฮัสซัน การแบนเบอร์กินีในที่สาธารณะเป็นความเขลา พวกเขาต้องการให้พวกเรารับแนวคิดตะวันตกอย่างเดียว แต่เธอเป็นผู้หญิงอิสระ ตัดสินใจได้เอง นี่เป็นร่างกายของเธอ เธอเลือกได้เองว่าอยากแสดงออกไปอย่างไร

ต้นกำเนิดเบอร์กินี 

เบอร์กินี..ปกปิดเพื่อเปิดกว้าง คือพลังไม่ใช่ระเบิด

     

           เบอร์กินี ชุดว่ายน้ำสองชิ้น คลุมผม แขนและขา เปิดหน้า ที่ไม่น่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับใครได้ แต่จู่ๆกลับเป็นประเด็นร้อนฉ่าขึ้นมานี้  ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากในประเทศตะวันออกกลางหรือประเทศมุสลิมแอฟริกาเหนือ แต่เป็นผลงานการออกแบบของ อาเฮดา ซาเน็ตติ สตรีชาวออสเตรเลียที่อพยพจากเมืองทริโปลี ประเทศเลบานอน เข้าไปอยู่ที่นั่นเมื่ออายุ 2 ขวบ

          ครั้งหนึ่ง ซาเน็ตติ ไปนั่งดูหลานสาวลงแข่งเน็ตบอล กีฬาที่คล้ายกับแฮนด์บอลกับบาสเกตบอลผสมกัน โดยสวมชุดทีมกางเกงขาสั้น แต่มีขายาวอยู่ข้างในอีกชั้นกับฮิญาบคลุมศีรษะ มองแล้วน่าอึดอัดและร้อน

          เธอจึงไปเดินหาซื้อชุดกีฬาให้หลาน แต่หาไม่ได้ เลยหันมาออกแบบและตัดเย็บเองที่บ้าน ในย่านแบงก์สทาวน์ เขตพหุวัฒนธรรมและเชื้อชาติชื่อดังทางตะวันตกของนครซิดนีย์ โดยเธอตั้งใจจะเรียกว่า ฮิยูด ที่มาจากคำว่า ฮิญาบ กับ ฮู้ด เป็นชุดสวมใส่ได้ง่ายและคลุมตั้งแต่ศีรษะลงมา และมีความคล่องตัวใช้ได้

          ซาเน็ตติ คิดอย่างเดียวว่า อยากช่วยให้สาวๆ เล่นกีฬาได้ โดยที่ยังอยู่ในกรอบมุสลิมที่ดี โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย วิถีชีวิตคนที่นั่นหนักไปทางกิจกรรมกลางแจ้ง ชายหาด เซิร์ฟ เธอพลาดกิจกรรมหลายอย่างในวัยที่ควรได้ทำ แต่ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ พอเห็นหลานเล่นเน็ตบอล เกิดความคิดว่าไม่อยากให้ใครต้องพลาดกิจกรรมกีฬาแบบนี้เพราะข้อกำจัดการวางตัวทางศาสนา

          ปรากฏว่า ชุดที่เธอออกแบบ ได้รับการตอบรับดีมากในหมู่เพื่อน ญาติ และเมื่อไปออกงานเทศกาลของมุสลิม  ซาเน็ตติ คุณแม่ลูกสาม จึงตัดสินใจเปิดบริษัทชื่อ อาฮีดา เมื่อมิถุนายน 2547 และเปิดร้านขายแห่งแรกในซิดนีย์ในปีถัดไป

          จากชุดกีฬาขยับมาที่ชุดว่ายน้ำทันที โดยก่อนมาเป็นเบอร์กินี ที่ผลิตจากโพลิเอสเตอร์ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงแบบในปัจจุบัน เริ่มแรก เธอตัดเย็บจากผ้าไลครา มีลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้นยังไม่มาก

 

เบอร์กินี..ปกปิดเพื่อเปิดกว้าง คือพลังไม่ใช่ระเบิด

          แต่หลังจากนั้น 3 ปี มีเหตุการณ์ที่ทำให้ เบอร์กินี โด่งดังเป็นพลุแตก

          เหตุวินาศกรรมสหรัฐเมื่อกันยายน 2544  แม้ผ่านไปหลายปี แต่เป็นแรงกระเพื่อมมาถึงชาวออสซี่ผิวขาวกับชนเชื้อสายอาหรับ  คุกรุ่นจนถึงจุดเดือดเป็นเหตุยกพวกตีกันในปี 2548 ม็อบออสซี่ผิวขาวกับชายมุสลิมเข้าห้ำหั่นกันกลายเป็นจลาจลยืดเยื้อหลายวัน ที่หาดโครนุลลาห์ ในซิดนีย์

          หลังเหตุรุนแรงที่ช็อกคนในประเทศหลากวัฒนธรรม ภาคประชาสังคมช่วยกันหาแนวทางช่วยชาวออสเตรเลียมุสลิมหลอมรวม และย้ำว่า ออสซี่มุสลิม คือส่วนหนึ่งของสังคมออสเตรเลีย หนึ่งในนั้น คือกลุ่ม  Surf Life Saving Australia กลุ่มไม่แสวงผลกำไร ที่เริ่มมองหาไลฟ์การ์ดมุสลิมมาทำงานที่หาด ในปี 2550

          ปัญหาอยู่ที่ชุดไลฟ์การ์ดสตรี เพราะเครื่องแบบที่มีอยู่ ไม่เหมาะกับพวกเธอ และแม้ว่าเวลานั้น มีชุดว่ายน้ำที่ออกแบบมาสำหรับสตรีมุสลิมมาก่อนแล้วอย่างของบริษัท ฮาเซมา ของตุรกี ที่อ้างว่าผลิตมาตั้งแต่ต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 แต่หาได้ยากในออสเตรเลียและยังไม่เหมาะกับการเป็นชุดของไลฟการ์ดจริงๆ

          ทางองค์กรจึงติดต่อมาที่ซาเน็ตติ และเธอก็ออกแบบให้โดยเพิ่มความกระชับและลดความยาวลง และใช้สีเหลืองกับส้ม

          เบอร์กินีไลฟ์การ์ดสีสันสดใสโดนใจสาวมุสลิมทันที

          สื่อเริ่มให้ความสนใจนับแต่นั้น ซึ่งช่วยส่งเสริมทั้งคอนเซ็ปท์ของเบอร์กินี และธุรกิจของซาเน็ตติให้ดีวันดีคืน

          มาถึงวันนี้ เธอประมาณว่า ขายเบอร์กินีร่วม 7 แสนตัวแล้วนับจากปี 2551 ธุรกิจเติบใหญ่มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ส่งออกไปยังบาห์เรน อังกฤษ แอฟริกาใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ เธอให้สัมภาษณ์แก่สื่อทั่วโลก มากกว่า 1,500 ครั้ง

 

เบอร์กินี..ปกปิดเพื่อเปิดกว้าง คือพลังไม่ใช่ระเบิด

 

          ซาเน็ตติ เป็นเจ้าของลิขสิทธ์ทั้งคำว่า Burkini และ  Burqini แต่ไปๆ มาสองคำนี้ที่ออกเสียงเหมือนกันแต่สะกดต่างกันตัวอักษรเดียว กลายเป็นคำทั่วไป  ไม่ใช่คำเฉพาะ หลังมีการทำเลียนแบบออกมาหลายเจ้า รวมถึงค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิกล่าวว่า เบื่อจะไปรบรากับใครเรื่องชื่อ

          ส่วนการที่เมืองหลายแห่งในยุโรปโดยเฉพาะที่ฝรั่งเศส เริ่มห้ามสวมเบอร์กินีในที่สาธารณะนั้น  ในความคิดของคนออกแบบ ให้รู้สึกรำคาญที่ชุดว่ายน้ำที่เธอตั้งใจช่วยให้สตรีมุสลิมหลอมรวมกับสังคม กลายเป็นประเด็นการเมือง

          “เรือนร่างสตรีมุสลิม ถูกนำมาเป็นประเด็นการเมืองเสมอ ไม่ว่าเธอคนนั้นสวมหรือไม่สวมอะไร” ซาเน็ตติ ดีไซเนอร์ที่ยังเป็นคนออกแบบชุดกีฬาให้แก่ทีมฟุตบอลหญิงอัฟกานิสถาน และนักกรีฑาโอลิมปิกบาห์เรนด้วยกล่าว  

          แต่ความวุ่นวายกับเบอร์กินีในยุโรป ดันยอดขายพุ่งกระฉูด ตอนนี้ผลิตแทบไม่ทันเลย ในฝรั่งเศส ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ยอดขายพุ่ง 30-40% เยอรมนีต้องปรับเปลี่ยนบริการการส่ง เพื่อตอบสนองยอดสั่งซื้อออนไลน์

          ที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ เบอร์กินีไม่ได้มีไว้ให้แต่สตรีมุสลิมสวมใส่ แต่ซาเน็ตติยังมีลูกค้าชาวยิว ฮินดู คริสเตียน มอร์มอน ผู้หญิงที่มีประเด็นเรื่องการเปิดปิดร่างกายทั้งหลาย กระทั่งผู้ชายจำนวนหนึ่งก็มาถามหาเช่นกัน นอกจากนี้ เธอบอกว่า ฐานลูกค้าของเธอ 40% ไม่ใช่มุสลิม

          คนดังที่ไม่ได้เป็นมุสลิมหลายคน เคยถ่ายภาพสวมชุดแบบเดียวกันตามหาด เช่นในปี 2554 ไนเจลลา ลอว์สัน พิธีกรและเชฟอังกฤษชื่อดัง สวมชุดคล้ายกันระหว่างไปท่องเที่ยวหาดบอนไดในออสเตรเลีย แต่เป็นแบรนด์อังกฤษชื่อ Modesty Active ลอว์สันกล่าวหลังจากนั้นว่า เธอสวมเพื่อปกป้องผิว ส่วนบริษัทอื่นๆ เช่น อควา โมเดสตี้ ก็ผลิตชุดให้แก่สตรีชาวยิวที่นับถือออร์โธดอกซ์

          เรื่องเดียวที่เธอเป็นห่วงเสมอมาก็คือ ชื่อของชุดว่ายน้ำ ที่มักถูกเข้าใจผิดเป็นประจำ

          ซาเน็ตติ  เล่าว่า เธอได้อ่านบทความเกี่ยวกับผู้หญิงมุสลิมที่ต้องเล่นน้ำในชุดบุรกา (burka) เธอไปหานิยามของบุรกาในพจนานุกรม พบว่าเป็นชุดคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า จากนั้นก็มองที่ความหมายของ bikini ที่ถูกนิยามว่าเป็นชุดว่ายน้ำ 2 ชิ้น แล้วมีเหตุผลอะไรที่จะรวมสองคำนี้เข้าไว้ด้วยกันไม่ได้

          “เบอร์กินี” เป็นแค่ชื่อที่เธอคิดขึ้น โดยไม่ได้ตั้งใจหมายความถึงอะไรเลย

          ดีไซเนอร์วัย 48 กล่าวว่า รำคาญกับการให้ความหมายทางร้ายในฝรั่งเศส ทำให้ชุดแบบอิสลามกลายเป็นแหล่งความตึงเครียดไปหมด ทั้งที่เบอร์กินีของเธอไม่ได้มีระเบิดอยู่ข้างใน แต่เป็นตัวช่วยให้ผู้หญิงมุสลิมมากมาย มีความมั่นใจในการออกมาใช้ชีวิตข้างนอก และมีส่วนร่วมกับคนอื่นๆ ตอนที่เธอเป็นเด็ก ไม่มีเสื้อผ้าทางเลือก ทำได้แค่นั่งบนหาดทราย เราถูกห้ามใช้สระว่ายน้ำ แต่ เบอร์กินีมอบพลังและเสรีภาพให้ผู้หญิงมุสลิม และตอนนี้ คนบางกลุ่มกำลังจะมาแย่งไป