ข่าว

7องค์กรเครือข่าย7สถาบันเชียงใหม่เรียกร้อง"สมานฉันท์"

7องค์กรเครือข่าย7สถาบันเชียงใหม่เรียกร้อง"สมานฉันท์"

11 ส.ค. 2552

กกร.ร่วม 7 องค์กรเครือข่าย 7 สถาบันอุดมศึกษาในเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ 7 ข้อ เรียกร้องสมานฉันท์ ยุติความรุนแรง เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ด้านจังหวัดเมินส่งตัวแทนรับหนังสือ

 เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 11 ส.ค. 2552 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่าแอร์พอร์ต เชียงใหม่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จ.เชียงใหม่  ร่วมกันออกแถลงการณ์คณะกรรมการ่วมภาคเอกชน องค์กรเครือข่าย และสถาบันอุดมศึกษา  เรื่อง"การสร้างความสมานฉันท์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจ.เชียงใหม่"

 ทั้งนี้มี 7 องค์กรเครือข่าย และ 7 สถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม  ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรม หอการค้า ชมรมธนาคาร สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว สมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยสาขาเชียงใหม่-ลำพูน สมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพายัพ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น

 ทั้งนี้ เนื้อหาของแถลงการณ์ เรื่อง"การสร้างความสมานฉันท์เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจ.เชียงใหม่" ที่องค์กรเครือข่ายและสถาบันการศึกษา ร่วมกันแถลงฝนครั้งนี้ เพื่อสื่อสารถึงประชาชนชาวเชียงใหม่ให้รับทราบถึงความกังวลใจและห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ที่ทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ตกอยู่ในสภาวะถดถอยและชะงักงัน อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มต่างๆ สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน การท่องเที่ยว และการส่งออกของเชียงใหม่ จนมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในวงกว้าง หากชาวเชียงใหม่ยังปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองดำเนินไปในลักษณะเช่นนี้อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงจนยากที่จะแก้ไขได้

  กกร.และ 7 สถาบัน ได้นัดหารือเพื่อหาทางออกและแนวทางในการพลิกฟื้นวิกฤติทางเศรษฐกิจและสังคมของ จ.เชียงใหม่ และมีความเห็นร่วมกันว่า ทุกฝ่ายควรต้องสละประโยชน์ส่วนตนและหันหน้าเข้าหากัน เพื่อกอบกู้บ้านเมืองให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ สร้างบรรยากาศการลงทุน การค้าขาย การท่องเที่ยว และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข จึงลงมติออกแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนของภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาใน จ.เชียงใหม่ รวม 7 ข้อ

 คือ 1.เราสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างในระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่ใช่ด้วยวิธีการที่รุนแรง หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย สร้างความแตกแยกและเดือดร้อนต่อส่วนรวม จนส่งผลต่อภาคธุรกิจที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดีของผู้คนโดยรวม

 2.การชุมนุมเรียกร้องของทุกกลุ่ม ขอให้ตั้งอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและสมเหตุสมผล โดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และส่งผลในเชิงลบต่อภาพลักษณ์ทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของ จ.เชียงใหม่ 3.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ เพราะใกล้ถึงฤดูกาลการท่องเที่ยวแล้ว และขอให้หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติราชการและการให้บริการแก่ผู้มาเยือน

 4.ขอเรียกร้องให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ แสดงจุดยืนในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีน้ำใจไมตรี อันเป็นคุณลักษณะที่มีเสน่ห์โดดเด่นของชาวล้านนามาช้านาน  5.ขอเรียกร้องให้ภาคการเมือง เร่งหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในชาติ อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

 6.ขอเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยบังคับใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ  7.ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารประเทศเร่งก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ โดยถือเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการจัดกิจกรรมนานาชาติ อันเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ภาคเศรษฐกิจของ จ.เชียงใหม่อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 เนื้อหาในตอนท้ายของแถลงการณ์ กกร.และองค์กรเครือข่าย ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือร่วมใจ และหันหน้าเข้าหากันในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความไม่สงบในรูปแบบต่างๆ อย่างจริงใจและเป็นกลาง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ก็จะสามารถรักษาบ้านเมืองของเราไม่ให้บอบช้ำ และจะสามารถกอบกู้บ้านเมืองให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างแน่นอน และขอยืนยันเจตนารมณ์นี้ต่อประชาสังคม ในอันที่จะสนับสนุนและหรือต่อต้านการกระทำใด ๆ ด้วยหลักการบนพื้นฐานแห่งความถูกต้อง ทั้งนี้ด้วยความเป็นกลางและบริสุทธิ์ใจที่จะให้ จ.เชียงใหม่ มีโอกาสเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนสืบไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามกำหนดการณ์ กกร.ได้เชิญนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ หรือรองผู้ว่าราชการที่ได้รับมอบหมายมารับหนังสือแถลงการณ์จาก 7 องค์กรเครือข่ายและ 7 สถาบันการศึกษา  หลังการอ่านแถลงการเสร็จสิ้น พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทแก่ภาคเอกชน  แต่ปรากฎว่าทั้งผู้ว่าราชการ และรองผู้ว่าราชการฯ กลับไม่ได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้แต่อย่างใด ทำให้คณะผู้จัดงานต้องเปลี่ยนแผนการนำแถลงการณ์ไปมอบให้ภายหลังแทน.