
ผลตรวจร่างกายด.ญ.วัย13ไม่พบร่องรอยข่มขืน
ตร.จ่อสอบปากคำ ด.ญ.วัย 13 เพิ่ม หลังผลตรวจร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืน
ความคืบหน้ากรณีเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ที่หายตัวไปในเทกระจาด ที่ทางมูลนิธิสว่างเมตตานครราชสีมา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ผู้ใหญ่บ้านหนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้นำตัวเด็กหญิงเอมาส่งให้กับมารดา ที่บ้านหนองหอย ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา หลังจากที่มีชาวบ้านพบว่าเด็กที่หายตัวไปอยู่ภายในหมู่บ้านหนองหญ้าขาว ด้วยสภาพร่างกายที่อิดโรยและมีร่องรอยบอบช้ำตามร่างกาย ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดช่วงบ่าย วันนี้ (26 ส.ค.) ที่ห้องสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เด็กชายบี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ผู้ต้องสงสัยได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับบิดา เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังถูกพาดพิงว่าเป็นผู้ที่นำตัวเด็กหญิงเอไปอยู่ที่บ้าน ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนกระทั่งทราบว่ามีการออกข่าวตามหาเด็กหญิงเอ จึงให้เพื่อนนำตัวมาส่งให้กับผู้ใหญ่บ้านหนองหญ้าขาว เพื่อนำตัวมาส่งกลับคืนครอบครัว ที่ อ.สูงเนิน
เด็กชายบี เปิดเผยว่า ยอมรับว่ารู้จักกับเด็กหญิงเอจริง โดยรู้จักกันมาก่อนที่งานเทกระจาดที่ทางมูลนิธิในพื้นที่ อ.สูงเนิน จัดขึ้น และหลังจากนั้นก็มีการพูดคุยติดต่อผ่านทางโทรศัพท์และโปรแกรมเฟซบุ๊ก จนกระทั่งวันที่เดินทางมารับของในงานเทกระจาดที่มูลนิธิสว่างเมตตา ตนเองได้เดินทางมากับเพื่อนบ้าน ประมาณ 10 คน และได้พบกับเด็กหญิงเออีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เด็กหญิงเอเดินเข้ามาหาก่อนที่จะขอติดรถกลับบ้านด้วย ระหว่างนั้นจึงได้มีการพูดคุยเพื่อชักชวนให้ไปเล่นที่บ้านของตนที่ อ.สีคิ้ว และเมื่อเดินทางถึงบ้าน เพื่อนบ้านที่ไปร่วมงานด้วยกัน ต่างพากันแยกย้ายกลับบ้าน ตนจึงกลับบ้านของตนเองพร้อมกับเด็กหญิงเอ ประมาณ 17.00 น. จนกระทั่งเวลา 18.00 น. บิดาของตนออกมาพบว่าตนพาเด็กหญิงเอมาที่บ้าน จึงบอกให้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาเด็กหญิงเอกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเด็กหญิงเอบอกไม่อยากกลับบ้าน ตนไม่รู้ว่าจะพาไปไหนเนื่องจากขณะนั้นเริ่มมืดแล้ว จึงตัดสินใจพากลับไปยังบ้านพักของตนเอง ระหว่างนั้นพ่อของตนนอนหลับอยู่ในบ้าน ทั้งนี้ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการกักขังหรือข่มขืนเด็กหญิงเออย่างแน่นอน
ต่อมาเวลาประมาณ 02.00 น. บิดาของตนมาพบ แต่เนื่องจากดึกแล้ว พ่อของตนจึงกลับเข้าไปนอน จนกระทั่งตอนเช้า พ่อของตนพบว่าเด็กหญิงเอยังไม่กลับบ้าน จึงสั่งให้ตนนำเด็กหญิงเอไปส่งให้กับผู้ใหญ่บ้าน หลังพบว่ามีการออกข่าวเด็กหญิงที่หายตัวไปจากงานเทกระจาด ซึ่งก็เป็นเด็กหญิงเอ ตนจึงให้เพื่อนพาเด็กหญิงเอไปส่งให้กับผู้ใหญ่บ้าน จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ดังกล่าว
ด้านบิดาเด็กชายบี เปิดเผยว่า ตอนแรกที่ลูกชายกลับมาถึงบ้าน ยังไม่รู้ว่าพาเด็กหญิงเอมาที่บ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ถึงทราบว่าลูกชายพาผู้หญิงมาบ้าน จึงรีบบอกให้ลูกชายพาเด็กหญิงเอกลับไปส่งที่บ้าน ซึ่งคิดว่าลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ออกไปส่งแล้ว จนกระทั่งประมาณ 02.00 น. จึงพบว่าเด็กหญิงเอยังอยู่ที่บ้าน แต่ด้วยความเพลียจึงไม่ได้สนใจเลยเผลอหลับไป จนกระทั่งช่วงเช้าพบว่าเด็กหญิงเออยู่ที่บ้าน จึงรีบให้ลูกชายนำเด็กหญิงเอไปส่งให้กับผู้ใหญ่บ้านเพื่อไปส่งให้กับครอบครัว
พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนและผลการตรวจร่างกายของเด็กหญิงเอ ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา พบว่า ผลการตรวจร่างกายของเด็กหญิงเอ ไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืน พบเพียงร่องรอยลักษณะห้อเลือดเป็นจ้ำที่บริเวณลำคอ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการสอบสวนเด็กหญิงเอเพิ่มเติม เพื่อรวมรวบพยานหลักฐานต่างๆ ประกอบเพื่อที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้แจ้งข้อกล่าวหากับเด็กชายเอในฐานความผิดอะไรบ้าง ส่วนการที่เด็กหญิงเอเล่าให้ญาติพี่น้องฟังว่า ถูกกักขัง ไม่ให้กินอาหาร และถูกข่มขืน คาดว่าเด็กหญิงเอ น่าจะเกิดอาการกลัวว่าจะถูกบิดามารดาดุด่าที่ทำให้ครอบครัวและทุกคนเป็นห่วง จึงทำให้เล่าเหตุการณ์ต่างๆ วกไปวนมาจนทุกคนนั้นเข้าใจผิด



