
มวยไทย
คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
หลายปีมานี้มวยไทยกลายเป็นสิ่งที่ทำเงินรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นจำนวนมากมาย เพราะมีการเปิดยิมสอนมวยไทยในหลายประเทศ ซึ่งมีผู้คนนิยมมวยไทยกันมากขึ้นทุกๆ ปี สนามมวยในประเทศไทยเอง ก็มีชาวต่างชาติเป็นลูกค้าขาประจำรายใหญ่ ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินค่าตั๋วใบละเป็นพันบาทเพื่อเข้าชมการแข่งขันชกมวยไทยอยู่เป็นประจำ
ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามาเรียนมวยไทยอยู่กับค่ายมวยในประเทศไทยนับพันคน โดยที่ทุกคนต้องจ่ายค่าเล่าเรียนหัวละเป็นหมื่นบาทต่อหนึ่งคอร์ส และหลายคนเหล่านั้นยอมเจ็บตัวเสียเลือดอาบเหงื่อ เพื่อให้ได้ขึ้นชกมวยไทยบนเวทีเช่นนักมวยอาชีพ และเมื่อมีชัยชนะหรือสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์รายการใดรายการหนึ่งได้แล้ว นักมวยต่างชาติจะอาศัยชัยชนะนั้น เป็นใบเบิกทางเพื่อเปิดค่ายฝึกสอนมวยไทยขึ้นมาในประเทศของตนเอง หรือบางคนก็เปิดค่ายฝึกสอนมวยไทยในประเทศไทยตามแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งที่มีคนต่างชาติพำนักอยู่จำนวนมาก
แต่จุดอ่อนอย่างหนึ่งที่ทำให้มวยไทยไม่สามารถแพร่ความนิยมออกไปได้รวดเร็วนักก็คือ การให้คะแนนที่ยังไม่มีมาตรฐานที่ตรงกันระหว่างกรรมการของเวทีต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวทีหลัก 5-6 แห่งในประเทศไทยเราเอง ซึ่งส่วนใหญ่ยังให้คะแนนนักมวยโดยอ้างอิงจากเสียงเชียร์ของคนดู ที่เป็นนักพนันมวยหรือที่เรียกกันว่าเซียนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คนต่างชาติสับสนว่าแล้วจะต้องต่อยอย่างไรจึงจะสามารถทำคะแนนได้มากพอที่จะเป็นผู้ชนะ บวกกับความยืดยาดของการชกมวยไทยในระบบดั้งเดิมที่กำหนดเอาไว้ 5 ยก เพราะนักมวยไทยส่วนใหญ่จะชกกันอย่างจริงจังก็ไม่เกิน 3 ยก หรือปกติจะชกกันจริงๆ จังๆ เพียงแค่ 2 ยกเท่านั้นด้วยซ้ำไป
จนกระทั่งมีผู้จัดมวยไทยที่ชื่อว่า ไทยไฟท์ ขึ้นมา โดยใช้กติกามวยไทยครบถ้วนทุกประการ แต่ลดจำนวนการชกลงเหลือเพียงแค่ 3 ยก และใช้ระบบแสงเสียงและความบันเทิงแบบมวยปล้ำเข้ามาผสมผสาน ประกอบกับการตัดสินให้คะแนนโดยไม่สนใจเสียงหรือากัปกริยาของนักพนัน เพราะพุ่งเป้ากลุ่มคนดูไปที่คนทั่วไปไม่ใช่กลุ่มนักพนันมวยเช่นรายการอื่นๆ
ไทยไฟท์จึงได้รับความนิยมแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก ทำให้นักมวยชาวต่างชาติกระเหี้ยนกระหือรือที่จะได้มีโอกาสขึ้นเวทีชกในรายการไทยไฟท์กับเขาบ้าง ส่งผลให้เกิดการจัดชกในรูปแบบคล้ายไทยไฟท์ขึ้นมาอีกหลายรายการ
ความนิยมที่แพร่หลายอย่างรวดเร็วของการจัดชกแบบ ไทยไฟท์ ทำให้ปัจจุบันนี้ไทยไฟท์กลายเป็นตราสินค้าที่หลากหลายเช่น เสื้อยืดไทยไฟท์ที่จำหน่ายหน้าเวทีทุกครั้งเมื่อมีการจัดแข่งขันชกมวย, น้ำดื่มไทยไฟท์ และสินค้าอื่นๆ ที่ตามออกมาสู่ตลาดหน้าเวทีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากครัวไทยจะก้าวไกลสู่ครัวโลกแล้ว มวยไทยก็เป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างมหาศาล จึงควรที่จะทางราชการจะต้องเข้ามาจัดการเรื่องกฎระเบียบให้เหมาะสมกับยุคสมัย ไม่ใช่ยึดติดอยู่กับกฏระเบียบคร่ำครึที่ใช้กันมาตั้งแต่มวยไทยยังชกกันตามเวทีงานวัด เพราะทุกวันนี้เมื่อคนทั้งโลกหันมาให้ความสนใจกับมวยไทยมากขึ้น มาตรฐานต่างๆ จึงต้องถูกกำหนดขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติสามารถดูมวยไทยแล้วเข้าใจได้ตรงกัน ไม่ใช่ยังปล่อยให้เสียงเชียร์ของเซียนพนันบนล็อกมาเป็นตัวกำหนดคะแนนของนักมวย หรือยังใช้กฎการจัดการชกด้วยความคิดว่ามวยไทยคือการพนันอีกต่อไป



