ข่าว

"ปณิธาน"ทวงสัญญาใจนายกฯขอทิ้งเก้าอี้โฆษก

"ปณิธาน"ทวงสัญญาใจนายกฯขอทิ้งเก้าอี้โฆษก

11 ส.ค. 2552

“ปณิธาน” ทวงสัญญาใจ “นายกฯ” ขอทิ้งเก้าอี้โฆษกฯ โวผุดเครือข่ายกระบอกเสียงรัฐทั่วประเทศ ขึงพืดทุกหย่อมหญ้ากรอกหูชวนเชื่อชาวบ้าน

 (11ส.ค.)นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวโฆษกฯ ว่า ที่ผ่านมาผู้ที่กำหนดทิศทางการให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลก็คือนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งโฆษกที่เขาทำหน้าที่อยู่นั้น ก็เป็นการชั่วคราว เพราะนายกฯได้สัญญาเอาไว้ตั้งแต่วันที่รับตำแหน่งว่า จะให้อยู่ช่วยในเวลาสั้น ๆ เมื่อมีความเหมาะสมก็ให้เข้ามาทำหน้าที่แทน

 เขาบอกว่า ขณะนี้ กำลังคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม โดยต้องฟังเสียงจากสังคมและสื่อมวลชน มาประกอบการพิจารณาด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้การทำงานโฆษกของรัฐบาลจะมีลักษณะเป็นเครือข่าย โดยมีการตั้งคณะกรรมการโฆษกตั้งแต่เดือนพ.ค.2552 ประกอบด้วยโฆษกทุกกระทรวงๆละ 2 คน ซึ่งมีเขาเป็นประธานคณะกรรมการ จากนั้น จะมีการแต่งตั้งผู้ประสานนโยบายรัฐบาลในแต่ละจังหวัด ซึ่งจะทำงานร่วมกับประชาสัมพันธ์ทุกจังหวัด โครงสร้างนี้จะมีความชัดเจนภายใน 6 เดือน

 “ตลอดเวลาที่ทำงานมา ก็ได้รับความหวังดี คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองทุกท่าน เพราะเราเข้ามาทำงานทางการเมือง ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานทางการเมือง ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำกันอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะ และได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดี และนำมาประมวลเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้ง”นายปณิธาน กล่าว

 ส่วนข้อกล่าวหา ที่รัฐบาลดูเหมือนไม่มีผลงานเพราะความอ่อนด้อยของโฆษกหรือไม่นั้น นายปณิธาน กล่าวว่า มันเป็นปัญหาในเชิงระบบด้วย และเชิงสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งต้องยอมรับว่า กำลังเปลี่ยนแนวทางการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ซึ่งการประชาสัมพันธ์ นายกฯได้พูดไว้ชัดเจนว่า ต้องไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองค่อนข้างแปรปรวน เราก็อย่างให้การเมืองมีเสถียรภาพ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงานทางการเมือง

 "เราชี้แจงประเด็นทางการเมืองทุกวัน แต่ชี้แจงด้วยเหตุและผลไม่เคยโจมตี หรือสื่อสารข่าวในทางที่แตกแยก การประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล พวกผมก็ทำมาตลอดเวลา แต่ที่เป็นเหตุเป็นผลและมีข้อมูลหลายด้าน อาจจะไม่เน้นหนักด้านได้ด้านหนึ่ง อยากให้ทุกคนเห็นว่า รัฐบาลจะเคลื่อนไปทางไหน ในบรรยากาศการเมืองทิศทางทางการเมืองสับสน อยากจะให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับหลายด้าน"