ข่าว

ยุทธศาสตร์วิจัยข้าว...รับการเปลี่ยนแปลงของโลก!

ยุทธศาสตร์วิจัยข้าว...รับการเปลี่ยนแปลงของโลก!

26 ส.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

         กรมการข้าวจับมือ 8 องค์กรจัดประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “งานวิจัยข้าวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของโลก” เปิดเวทีเสนอผลงานวิจัย-ความรู้เรื่องข้าวยิ่งใหญ่ พร้อมเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ เพิ่มมาตรฐานงานวิจัยข้าวไทยโกอินเตอร์ฯ ดีเดย์ 1-3 ก.ย.นี้ที่ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

 

ยุทธศาสตร์วิจัยข้าว...รับการเปลี่ยนแปลงของโลก!

 

         นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2559 นี้ กรมการข้าวได้ร่วมกับ 8 องค์กร ได้แก่ มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำหนดจัดประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “งานวิจัยข้าวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของโลก” ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีให้นักวิจัย นักวิชาการจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งชุมชนท้องถิ่นได้นำเสนอผลงานวิจัยและองค์ความรู้เรื่องข้าว พร้อมพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยและงานวิจัยด้านข้าวของประเทศ

          ขณะเดียวกันยังเป็นการเชื่อมโยงผลงานวิจัยข้าวสู่การใช้ประโยชน์ในระดับไร่นาและในเชิงพาณิชย์ และเพิ่มมาตรฐานงานวิจัยข้าวของไทยสู่สากล ตลอดจนช่วยต่อยอดและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์งานวิจัย ด้านข้าวของประเทศในอนาคตด้วย โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเสด็จฯ เป็นองค์ประธานพิธีเปิดงานประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 1 กันยายน 2559 เวลา 15.00 น.

 

ยุทธศาสตร์วิจัยข้าว...รับการเปลี่ยนแปลงของโลก!

 

          ในงานนี้มีการจัดเสวนาเรื่อง “การพัฒนาข้าวและชาวนาไทยกับการเปลี่ยนแปลงของโลก” ทั้งยังมี การบรรยายพิเศษโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหลายประเด็น อาทิ อนาคตตลาดข้าวโลก โดย ดร.สุทัศน์ เศรษฐบุญสร้าง กรรมการ Board of Trustee สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ, How to feed 5 billion rice consumers in 2050 โดย ดร.เกอร์เดฟ สิงห์ คุช นักปรับปรุงพันธุ์ข้าวและผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิส สหรัฐอเมริกา, ผลกระทบของนโยบายการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมต่อสินค้าข้าวห้าชนิดของไทย และเทคนิคจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและขนส่งข้าวหอมมะลิเพื่อคงรักษาความหอม เป็นต้น

          ที่สำคัญยังการนำเสนอผลงานวิจัยข้าวจากนักวิจัยข้าวทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ รวม 85 เรื่อง แบ่งเป็นการนำเสนอภาคบรรยาย 33 เรื่อง และภาคโปสเตอร์อีก 52 เรื่อง แยกเป็น 6 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย 1.การปรับปรุงพันธุ์ข้าวและการใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมข้าว 2.การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวและการอารักขาข้าว 3. การพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและโลจิสติกส์  4.การพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการแปรรูป 5.การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการตลาดข้าว และ 6.การพัฒนาระบบการส่งเสริมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นผลงานวิจัยใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจะช่วยพัฒนายกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวไทย และสามารถลดผลกระทบและรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องด้วย

 

ยุทธศาสตร์วิจัยข้าว...รับการเปลี่ยนแปลงของโลก!

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ (ซ้าย)

           นอกจากนั้น ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ข้าวและเครื่องมืออุปกรณ์เพื่องานวิจัยข้าว ใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศต่อการผลิต, สุขภาพและผู้สูงวัย, ตลาด เศรษฐกิจ และ Digital Economy และนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้ผู้ชมงานได้สัมผัสกับผลงานวิจัยอย่างใกล้ชิด และเป็นแนวคิดในการปรับใช้สำหรับชีวิตประจำวันหรือต่อยอดธุรกิจได้ต่อไป

          “ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งกระทบต่อการผลิตสินค้าพืช รวมทั้งข้าว ขณะเดียวกันการแข่งขันทางการค้ายังมีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นด้วย โดยประเทศผู้นำเข้าได้หยิบยกมาตรการต่างๆ ขึ้นมาเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษี และมาตรการที่มิใช่ภาษี เช่น สุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) แรงงาน และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังมีการออกกฎระเบียบใหม่ๆ ขึ้นมาควบคุมการนำเข้าด้วย ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก จำเป็นต้องเร่งปรับตัวและเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับเกษตรกรและสินค้าข้าวไทยในเวทีการค้าโลกได้ อันจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพและอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมการข้าวกล่าว