ข่าว

คุก “อมเรศ ศิลาอ่อน” 2 ปี แต่รอลงอาญา คดีประมูลไฟแนนซ์เน่า

คุก “อมเรศ ศิลาอ่อน” 2 ปี แต่รอลงอาญา คดีประมูลไฟแนนซ์เน่า

26 ส.ค. 2559

ศาลฎีกาจำคุก“อมเรศ ศิลาอ่อน” อดีตประธาน ปรส.และอดีตเลขาธิการ ปรศ.คนละ 2 ปี แต่รอลงอาญา คดีประมูลฯ 56 สถาบันการเงิน

   

          วันที่ 26 ส.ค. ศาลฎีกา มีคำพิพากษา ในคดีที่นายอมเรศ ศิลาอ่อน อดีตประธาน ปรส. กับพวกรวม 6 คนเป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีการประมูลทรัพย์สิน 56 สถาบันการเงิน หรือไฟแนนซ์เน่า โดยศาลฎีกา จำคุกนายอมเรศ และนายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ อดีตเลขาธิการ ปรส. คนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท แต่ โทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี ส่วนจำเลยอื่นยกฟ้อง 

           คดีนี้อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 8 ก.ย.51 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่2มิ.ย. -1ต.ค.41นายอมเรศ จำเลยที่1ในฐานะประธาน ปรส. มีอำนาจวางนโยบายและควบคุมดูแลกิจการของ ปรส.รวมทั้งกำหนดวิธีการชำระบัญชีและขายทรัพย์สินของ56สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์เน่า) ที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตาม พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540ที่กำหนดให้จัดตั้ง ปรส.ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาของสถาบันการเงินฟื้นฟูฐานะของสถาบันการเงิน

         ส่วนนายวิชรัตน์ จำเลยที่2มีหน้าที่ดำเนินกิจการของ ปรส.ให้เป็นไปตามนโยบายและข้อบังคับที่องค์การกำหนด 

         โดยเมื่อวันที่18มิ.ย.41คณะกรรมการ ปรส. มีมติให้มีการจำหน่ายสินทรัพย์หลักการเช่าซื้อที่อยู่อาศัย ครั้งที่2 แล้ววันที่3ก.ค.41 ปรส. ได้ออกข้อกำหนดนโยบาย และขั้นตอนการจำหน่ายสินทรัพย์ พร้อมกำหนดวันประมูลในวันที่30ก.ค.41และปิดการจำหน่ายในวันที่1ก.ย.41

         แต่ต่อมา ปรส. มีมติเมื่อวันที่21ก.ค.41ให้เลื่อนการประมูลจากวันที่30ก.ค.41ไปเป็นวันที่13ส.ค.41แทน โดยเมื่อวันที่ 4ก.ค.41 ปรส.ได้ออกข้อกำหนดเพิ่มเติมอีกหลายประการโดยให้ผู้เสนอราคา สามารถเสนอราคาโดยให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวแทนผู้ซื้อได้หากกองทุนดังกล่าวสามารถจัดตั้งได้ภายในวันปิดการจำหน่าย แล้วจากนั้นได้มีบริษัทรายหนึ่งยื่นแบบฟอร์มขอเสนอราคาซื้อในนามของตนเอง เข้าประมูลร่วมกับผู้ประมูลรายอื่นอีก3รายโดยเสนอราคาที่11,520ล้านบาทพร้อมวางหลักประกันเป็นเงิน10ล้านบาท โดยบริษัทรายดังกล่าวเป็นผู้เสนอราคาประมูลสูงสุด ปรส.จึงมีมติให้บริษัทดังกล่าวต้องทำสัญญาซื้อขายภายใน7วันนับจากวันที่20ส.ค.41และต้องชำระเงินงวดแรก20%ของราคาเสนอซื้อที่ชนะการประมูลเป็นเงิน2,304ล้านบาท แต่วันที่20ส.ค.41ที่เป็นวันครบกำหนด บริษัทดังกล่าวกลับไม่เข้าทำสัญญาซื้อขายและไม่ชำระเงินงวดแรก

           กระทั่งวันที่11ก.ย.41นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รมว.คลังขณะนั้น แจ้งว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ ปรส.ไม่โปร่งใส มีความขัดแย้งผลประโยชน์ . และนายอมเรศไม่ดำเนินการตรวจสอบและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่กลับให้ ปรส.เข้าทำสัญญาซื้อขายกับ กองทุนรวมฯในวันที่1ต.ค.41ทั้งที่กองทุนรวมฯ ไม่มีสิทธิเข้าทำสัญญาในฐานะผู้ซื้อเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ร่วมประมูลและไม่ได้รับอนุมัติให้ชนะประมูลทั้งในนามตนเองและผู้อื่น และการกระทำของจำเลย ยังเป็นการดำเนินการให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามประมวลรัษฎากร เข้าทำสัญญาซื้อขายเพื่อประโยชน์ทางภาษีอากร