ข่าว

แนะเกษตรกรปลูก"ยางพันธุ์ดี"การันตีโดยสถาบันวิจัยยาง!

แนะเกษตรกรปลูก"ยางพันธุ์ดี"การันตีโดยสถาบันวิจัยยาง!

26 ส.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

            กยท.เร่งขับเคลื่อน และเพิ่มประสิทธิภาพทุกๆด้าน ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการเร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวสวนยาง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน หนึ่งนั้นคือสนับสนุนให้เกษตรกรใช้”ยางพันธุ์ดี” ชั้น 1, 2 และ 3 ที่สถาบันวิจัยยางได้วิจัยปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

           นายเชาว์ ทรงอาวุธ โฆษกการยางแห่งประเทศไทย แถลงว่า ยางพันธุ์ดี นับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการปลูกยางและผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนยาง การยางแห่งประเทศไทย โดยทุกๆ 4 ปี จะมีการประกาศคำแนะนำพันธุ์ยางใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลให้เกษตรกรสามารถเลือกพันธุ์ยางได้หลากหลายมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากการปลูกยางของประเทศที่จะมีพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งมากเกินไป

 

แนะเกษตรกรปลูก"ยางพันธุ์ดี"การันตีโดยสถาบันวิจัยยาง!

 

           การยางแห่งประเทศไทย โดยสถาบันวิจัยยาง ได้พิจารณาพันธุ์ยางใหม่ที่ผ่านการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในส่วนของพื้นที่ปลูกยางเดิมและพื้นที่ปลูกยางใหม่ เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้ ยางพันธุ์ดีประจำปี พ.ศ.2559 แบ่งเป็นยางพันธุ์ดีชั้น 1, 2 และ 3 

           ยางพันธุ์ดีชั้น 1 เป็นพันธุ์ยางที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มาอย่างดี สามารถปลูกได้ในทุกพื้นที่ ส่วนของยางพันธุ์ดี ชั้น 2 กยท.แจงว่าประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตอาจยังไม่ดีเท่าที่ควร ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาทดลอง เช่น ข้อมูลโรคยาง ข้อมูลผลผลิตที่ได้ จึงแนะนำให้ปลูกในพื้นที่ปลูกยางพันธุ์ดีชั้น 2 และ 3 ไม่ควรเกินร้อยละ 50 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด ควรจะปลูกแบบคละสายพันธุ์ เพื่อลดการเกิดโรคระบาดในสวนยางได้

            อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย ได้ออกหนังสือ คำแนะนำพันธุ์ยาง ปี 2559 เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องพันธุ์ยาง พื้นที่ปลูกที่เหมาะสม โรคระบาดในสวนยาง เกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย บางเขน กรุงเทพฯ หรือศูนย์วิจัยยางจังหวัด หรือ www.rubberthai.com

 

แนะเกษตรกรปลูก"ยางพันธุ์ดี"การันตีโดยสถาบันวิจัยยาง!

 

           หมายเหตุ : สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้จัดทำคำแนะนำพันธุ์ยางแก่เกษตรกรทุกๆ 4 ปี โดยใช้ ข้อมูลจากผลงานวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ยาง เพื่อแนะนำพันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูงเป็นหลักตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมา แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้ยางพารามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ ของประเทศ ทำให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนจากผลผลิตเนื้อไม้เพิ่มขึ้น ดังนั้น คำแนะนำพันธุ์ยางปี 2546 สถาบันวิจัยยางจึงได้เปลี่ยนแปลงคำแนะนำจากเดิม โดยแบ่งพันธุ์ยางแนะนำเป็น 3 กลุ่ม คือ พันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูง พันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง และพันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตเนื้อไม้สูง เพื่อให้เกษตรกรเลือกพันธุ์ได้ตามวัตถุประสงค์ของการปลูก

พันธุ์ยางที่แนะนำให้ปลูก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามวัตถุประสงค์ของการปลูก ดังนี้

กลุ่ม 1 พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางสูง เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูงเป็นหลัก การเลือกปลูกพันธุ์ยางใน กลุ่มนี้ ควรมุ่งเน้นผลผลิตน้ำยาง
กลุ่ม 2 พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง เป็นพันธุ์ที่ให้ทั้งผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้ โดยให้ ผลผลิตน้ำยางสูงและมีการเจริญเติบโตดี ลักษณะลำต้นตรง ให้ปริมาตรเนื้อไม้ในส่วนลำต้น สูง 
กลุ่ม 3 พันธุ์ยางผลผลิตเนื้อไม้สูง เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเนื้อไม้สูงเป็นหลัก มีการเจริญเติบโตดีมาก ลักษณะลำต้นตรง ให้ปริมาตรเนื้อไม้ในส่วนลำต้นสูงมาก ผลผลิตน้ำยางจะอยู่ในระดับต่ำกว่าพันธุ์ยางในกลุ่มที่ 1 และ 2 เหมาะสำหรับเป็นพันธุ์ที่จะปลูกเป็นสวนป่าเพื่อการผลิตเนื้อไม้

           

แนะเกษตรกรปลูก"ยางพันธุ์ดี"การันตีโดยสถาบันวิจัยยาง!

 

พันธุ์ยางในแต่ละกลุ่มที่แนะนำแบ่งเป็น 2 ชั้น ตามรายละเอียดข้อมูล ดังนี้

พันธุ์ยางชั้น 1 แนะนำให้ปลูกโดยไม่จำกัดเนื้อที่ปลูก พันธุ์ยางในชั้นนี้ได้ผ่านการทดลองและศึกษา ลักษณะต่าง ๆ อย่างละเอียด
พันธุ์ยางชั้น 2 แนะนำให้ปลูกโดยจำกัดเนื้อที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเนื้อที่ปลูกยางที่ถือ ครอง แต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่ พันธุ์ยางชั้นนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา ลักษณะบางประการเพิ่มเติม เกษตรกรที่มีความประสงค์จะเลือกปลูกพันธุ์ยางชั้นนี้ ควรรับคำแนะนำจากสถาบันวิจัยยาง

 

การปลูกยางพาราและพื้นที่ปลูกยางพารา ดังนี้

พันธุ์ยางชั้น 1 สถาบันวิจัยยาง 251 สถาบันวิจัยยาง 226 BPM 24
  RRIM 600    
พันธุ์ยางชั้น 2 สถาบันวิจัยยาง 209 สถาบันวิจัยยาง 214 สถาบันวิจัยยาง 218
  สถาบันวิจัยยาง 225 สถาบันวิจัยยาง 250 สถาบันวิจัยยาง 319
  สถาบันวิจัยยาง 405 สถาบันวิจัยยาง 406 RRIC 100
  RRIC 101 PR 302 PR 305
  Haiken 2    
       
กลุ่ม 2 : พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง
พันธุ์ยางชั้น 1 PB 235  PB 255 PB 260
  PRIC 110    
พันธุ์ยางชั้น 2 สถาบันวิจัยยาง 312 สถาบันวิจัยยาง 325 สถาบันวิจัยยาง 404
  สถาบันวิจัยยาง 407 สถาบันวิจัยยาง 409 RRIC 121
       
กลุ่ม 3 : พันธุ์ยางผลผลิตเนื้อไม้สูง
พันธุ์ยางชั้น 1 ฉะเชิงเทรา 50 AVROS 2037 BPM 1
พันธุ์ยางชั้น 2 สถาบันวิจัยยาง 401 สถาบันวิจัยยาง 403 RRII118
  RRII 203    

 

 

แนะเกษตรกรปลูก"ยางพันธุ์ดี"การันตีโดยสถาบันวิจัยยาง!

 

รายละเอียดพันธุ์ยางพารา มีดังนี้
กลุ่ม 1:   พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางสูง

สถาบันวิจัยยาง 251 (RRIT 251)

แม่ – พ่อพันธุ์ ต้นกล้ายางจากแปลงเอกชนในจังหวัดสงขลา
ลักษณะประจำพันธุ์ ใบมีรูปร่างป้อมปลายใบ ขอบใบเป็นคลื่น ใบมีสีเขียว ฉัตรใบมีขนาดใหญ่เป็นรูปกรวย ในช่วงยางอ่อนลำต้นคด แตกกิ่งมากทั้งกิ่งขนาดกลางและขนาดใหญ่ การแตกกิ่งไม่สมดุล ทรงพุ่มมีขนาดใหญ่เป็นรูปกลม เริ่มผลัดใบค่อนข้างช้า
ลักษณะทางการเกษตร ระยะก่อนและระหว่างกรีดเจริญเติบโตปานกลาง ขนาดลำต้นทั้งแปลงมีความสม่ำเสมอดี ทำให้มีจำนวนต้นเปิดกรีดได้มาก เปลือกเดิมและเปลือกงอกใหม่หนาปานกลาง ผลผลิตเนื้อยาง 10 ปีกรีดเฉลี่ย 457 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี  สูงกว่าพันธุ์ RRIM 600 ร้อยละ 57 มีจำนวนต้นเปลือกแห้งน้อย ต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทรา โรคราแป้ง โรคใบจุดนูน และโรคราสีชมพูระดับปานกลาง ต้านทานโรคเส้นดำระดับดี และต้านทานลมระดับปานกลาง
ลักษณะดีเด่น ผลผลิตเนื้อยางสูงมาก  มีจำนวนต้นเปิดกรีดได้มาก  ต้านทานโรคเส้นดำในระดับดี มีจำนวนต้นเปลือกแห้งน้อย
ข้อจำกัด/ข้อควรระวัง ในระยะยางอ่อน ต้นยางที่ปลูกในพื้นที่ฝนตกชุก ทั้งในแปลงกิ่งตาและแปลง ปลูกจะอ่อนแอต่อโรคใบจุดนูนมาก
พื้นที่แนะนำ ปลูกได้ในพื้นที่ทั่วไป ยกเว้นพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น พื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง และพื้นที่ลมแรง เนื่องจากทรงพุ่มมีขนาดใหญ่ แตกกิ่งไม่สมดุล

 ที่มา : สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร