
แนะเกษตรกรปลูก"ยางพันธุ์ดี"การันตีโดยสถาบันวิจัยยาง!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กยท.เร่งขับเคลื่อน และเพิ่มประสิทธิภาพทุกๆด้าน ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการเร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวสวนยาง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน หนึ่งนั้นคือสนับสนุนให้เกษตรกรใช้”ยางพันธุ์ดี” ชั้น 1, 2 และ 3 ที่สถาบันวิจัยยางได้วิจัยปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
นายเชาว์ ทรงอาวุธ โฆษกการยางแห่งประเทศไทย แถลงว่า ยางพันธุ์ดี นับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการปลูกยางและผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนยาง การยางแห่งประเทศไทย โดยทุกๆ 4 ปี จะมีการประกาศคำแนะนำพันธุ์ยางใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลให้เกษตรกรสามารถเลือกพันธุ์ยางได้หลากหลายมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากการปลูกยางของประเทศที่จะมีพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งมากเกินไป
การยางแห่งประเทศไทย โดยสถาบันวิจัยยาง ได้พิจารณาพันธุ์ยางใหม่ที่ผ่านการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในส่วนของพื้นที่ปลูกยางเดิมและพื้นที่ปลูกยางใหม่ เพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้ ยางพันธุ์ดีประจำปี พ.ศ.2559 แบ่งเป็นยางพันธุ์ดีชั้น 1, 2 และ 3
ยางพันธุ์ดีชั้น 1 เป็นพันธุ์ยางที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มาอย่างดี สามารถปลูกได้ในทุกพื้นที่ ส่วนของยางพันธุ์ดี ชั้น 2 กยท.แจงว่าประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตอาจยังไม่ดีเท่าที่ควร ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาทดลอง เช่น ข้อมูลโรคยาง ข้อมูลผลผลิตที่ได้ จึงแนะนำให้ปลูกในพื้นที่ปลูกยางพันธุ์ดีชั้น 2 และ 3 ไม่ควรเกินร้อยละ 50 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด ควรจะปลูกแบบคละสายพันธุ์ เพื่อลดการเกิดโรคระบาดในสวนยางได้
อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย ได้ออกหนังสือ คำแนะนำพันธุ์ยาง ปี 2559 เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องพันธุ์ยาง พื้นที่ปลูกที่เหมาะสม โรคระบาดในสวนยาง เกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย บางเขน กรุงเทพฯ หรือศูนย์วิจัยยางจังหวัด หรือ www.rubberthai.com
หมายเหตุ : สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้จัดทำคำแนะนำพันธุ์ยางแก่เกษตรกรทุกๆ 4 ปี โดยใช้ ข้อมูลจากผลงานวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ยาง เพื่อแนะนำพันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูงเป็นหลักตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมา แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้ยางพารามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ ของประเทศ ทำให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนจากผลผลิตเนื้อไม้เพิ่มขึ้น ดังนั้น คำแนะนำพันธุ์ยางปี 2546 สถาบันวิจัยยางจึงได้เปลี่ยนแปลงคำแนะนำจากเดิม โดยแบ่งพันธุ์ยางแนะนำเป็น 3 กลุ่ม คือ พันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูง พันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง และพันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตเนื้อไม้สูง เพื่อให้เกษตรกรเลือกพันธุ์ได้ตามวัตถุประสงค์ของการปลูก
พันธุ์ยางที่แนะนำให้ปลูก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามวัตถุประสงค์ของการปลูก ดังนี้
| กลุ่ม 1 | พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางสูง เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูงเป็นหลัก การเลือกปลูกพันธุ์ยางใน กลุ่มนี้ ควรมุ่งเน้นผลผลิตน้ำยาง |
| กลุ่ม 2 | พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง เป็นพันธุ์ที่ให้ทั้งผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้ โดยให้ ผลผลิตน้ำยางสูงและมีการเจริญเติบโตดี ลักษณะลำต้นตรง ให้ปริมาตรเนื้อไม้ในส่วนลำต้น สูง |
| กลุ่ม 3 | พันธุ์ยางผลผลิตเนื้อไม้สูง เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเนื้อไม้สูงเป็นหลัก มีการเจริญเติบโตดีมาก ลักษณะลำต้นตรง ให้ปริมาตรเนื้อไม้ในส่วนลำต้นสูงมาก ผลผลิตน้ำยางจะอยู่ในระดับต่ำกว่าพันธุ์ยางในกลุ่มที่ 1 และ 2 เหมาะสำหรับเป็นพันธุ์ที่จะปลูกเป็นสวนป่าเพื่อการผลิตเนื้อไม้ |
พันธุ์ยางในแต่ละกลุ่มที่แนะนำแบ่งเป็น 2 ชั้น ตามรายละเอียดข้อมูล ดังนี้
| พันธุ์ยางชั้น 1 | แนะนำให้ปลูกโดยไม่จำกัดเนื้อที่ปลูก พันธุ์ยางในชั้นนี้ได้ผ่านการทดลองและศึกษา ลักษณะต่าง ๆ อย่างละเอียด |
| พันธุ์ยางชั้น 2 | แนะนำให้ปลูกโดยจำกัดเนื้อที่ปลูก ปลูกได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเนื้อที่ปลูกยางที่ถือ ครอง แต่ละพันธุ์ควรปลูกไม่น้อยกว่า 7 ไร่ พันธุ์ยางชั้นนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา ลักษณะบางประการเพิ่มเติม เกษตรกรที่มีความประสงค์จะเลือกปลูกพันธุ์ยางชั้นนี้ ควรรับคำแนะนำจากสถาบันวิจัยยาง |
การปลูกยางพาราและพื้นที่ปลูกยางพารา ดังนี้
| พันธุ์ยางชั้น 1 | สถาบันวิจัยยาง 251 | สถาบันวิจัยยาง 226 | BPM 24 |
| RRIM 600 | |||
| พันธุ์ยางชั้น 2 | สถาบันวิจัยยาง 209 | สถาบันวิจัยยาง 214 | สถาบันวิจัยยาง 218 |
| สถาบันวิจัยยาง 225 | สถาบันวิจัยยาง 250 | สถาบันวิจัยยาง 319 | |
| สถาบันวิจัยยาง 405 | สถาบันวิจัยยาง 406 | RRIC 100 | |
| RRIC 101 | PR 302 | PR 305 | |
| Haiken 2 | |||
| กลุ่ม 2 : พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้สูง | |||
| พันธุ์ยางชั้น 1 | PB 235 | PB 255 | PB 260 |
| PRIC 110 | |||
| พันธุ์ยางชั้น 2 | สถาบันวิจัยยาง 312 | สถาบันวิจัยยาง 325 | สถาบันวิจัยยาง 404 |
| สถาบันวิจัยยาง 407 | สถาบันวิจัยยาง 409 | RRIC 121 | |
| กลุ่ม 3 : พันธุ์ยางผลผลิตเนื้อไม้สูง | |||
| พันธุ์ยางชั้น 1 | ฉะเชิงเทรา 50 | AVROS 2037 | BPM 1 |
| พันธุ์ยางชั้น 2 | สถาบันวิจัยยาง 401 | สถาบันวิจัยยาง 403 | RRII118 |
| RRII 203 | |||
รายละเอียดพันธุ์ยางพารา มีดังนี้
กลุ่ม 1: พันธุ์ยางผลผลิตน้ำยางสูง
สถาบันวิจัยยาง 251 (RRIT 251)
| แม่ – พ่อพันธุ์ | ต้นกล้ายางจากแปลงเอกชนในจังหวัดสงขลา |
| ลักษณะประจำพันธุ์ | ใบมีรูปร่างป้อมปลายใบ ขอบใบเป็นคลื่น ใบมีสีเขียว ฉัตรใบมีขนาดใหญ่เป็นรูปกรวย ในช่วงยางอ่อนลำต้นคด แตกกิ่งมากทั้งกิ่งขนาดกลางและขนาดใหญ่ การแตกกิ่งไม่สมดุล ทรงพุ่มมีขนาดใหญ่เป็นรูปกลม เริ่มผลัดใบค่อนข้างช้า |
| ลักษณะทางการเกษตร | ระยะก่อนและระหว่างกรีดเจริญเติบโตปานกลาง ขนาดลำต้นทั้งแปลงมีความสม่ำเสมอดี ทำให้มีจำนวนต้นเปิดกรีดได้มาก เปลือกเดิมและเปลือกงอกใหม่หนาปานกลาง ผลผลิตเนื้อยาง 10 ปีกรีดเฉลี่ย 457 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สูงกว่าพันธุ์ RRIM 600 ร้อยละ 57 มีจำนวนต้นเปลือกแห้งน้อย ต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทรา โรคราแป้ง โรคใบจุดนูน และโรคราสีชมพูระดับปานกลาง ต้านทานโรคเส้นดำระดับดี และต้านทานลมระดับปานกลาง |
| ลักษณะดีเด่น | ผลผลิตเนื้อยางสูงมาก มีจำนวนต้นเปิดกรีดได้มาก ต้านทานโรคเส้นดำในระดับดี มีจำนวนต้นเปลือกแห้งน้อย |
| ข้อจำกัด/ข้อควรระวัง | ในระยะยางอ่อน ต้นยางที่ปลูกในพื้นที่ฝนตกชุก ทั้งในแปลงกิ่งตาและแปลง ปลูกจะอ่อนแอต่อโรคใบจุดนูนมาก |
| พื้นที่แนะนำ | ปลูกได้ในพื้นที่ทั่วไป ยกเว้นพื้นที่ลาดชัน พื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น พื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง และพื้นที่ลมแรง เนื่องจากทรงพุ่มมีขนาดใหญ่ แตกกิ่งไม่สมดุล |
ที่มา : สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร



