ข่าว

“ไอบ้า” จ่อยกเครื่อง ปรับระบบตัดสินมวย

“ไอบ้า” จ่อยกเครื่อง ปรับระบบตัดสินมวย

25 ส.ค. 2559

ไอบ้า ร้อนตัว เตรียมปรับระบบการให้คะแนนมวยสาลกสมัครเล่นอีกครั้ง “หวู่ ชิง กั๊วะ” แย้มอาจเพิ่มกรรมการจากเดิมที่ใช้ 3 คน เป็น 5 คน พร้อมเปิดเผยผลการให้คะแนน

จากกรณีที่การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น กีฬาโอลิมปิก 2016 “ริโอเกมส์” ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงเรื่องการตัดสินที่มีปัญหา มีการชกหลายคู่ที่ผลการตัดสินออกมาค้านสายตา รวมถึงคู่ของ “เจ้าสด” ฉัตร์ชัย บุตรดี นักชกไทยในรุ่นแบนตัมเวท (56 กก.) ที่แพ้ต่อ วลาดิเมียร์ นิกิติน จากรัสเซีย ในรอบ 16 คนสุดท้าย ซึ่งหลังจากนั้น นิกิติน ก็ไปเอาชนะ ไมเคิล คอนแลน ตัวเต็งของรุ่นนี้จากไอร์แลนด์ ชนิดคนแพ้ถึงประท้วงหลังทราบผลการตัดสิน พร้อมมาวิจารณ์การตัดสินอย่างชัดเจนว่า “ถูกโกง” นั้น

ล่าสุด หวู่ ชิง กั๊วะ ประธานสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบ้า) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยืนยันว่ากรรมการของไอบ้าไม่ได้เข้าข้างประเทศใด หรือกีดกันประเทศใด เพราะไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเสียงวิจารณ์เกิดขึ้น ทางไอบ้าเองก็พร้อมที่จะปรับปรุงระบบการให้คะแนน เพื่อให้ผลการตัดสินออกมาดีที่สุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า จะให้กรรมการทั้ง 5 คน เป็นผู้ให้คะแนนตัดสินการชกในแต่ละไฟท์ ไม่มีการสุ่มจากคอมพิวเตอร์เหมือนที่ผ่านมา พร้อมจะโชว์การให้คะแนนให้เห็นอย่างเปิดเผยอีกด้วย

“ที่ผ่านมาเราได้ปรับการจัดการเรื่องการตัดสิน โดยแต่ละไฟท์จะมีผู้ตัดสิน 5 คน แต่จะสุ่มใช้แค่ 3 คน โดยคอมพิวเตอร์ และจะโชว์คะแนนแค่ 3 คน แต่ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีการโชว์คะแนนทั้ง 5 คน ซึ่งเราสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อหาวิธีการตัดสินที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

ที่ผ่านมาการตัดสินมวยสากลสมัครเล่นในกีฬาโอลิมปิก มีปัญหาเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะการชกของ 2 นักชกสหรัฐ รอย โจนส์ ที่พ่ายต่อ ปาร์ค ซี ฮุน จากเกาหลีใต้ ในรอบชิงชนะเลิศปี 1988 ที่กรุงโซล และ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ที่แพ้ เซราฟิน โทโดรอฟ จากบัลแกเรีย ในรอบรองชนะเลิศ ปี 1996 ที่แอตแลนตา ทั้งที่ทั้งคู่เป็นฝ่ายไล่ถลุงคู่แข่งตลอดการชก 3 ยก

ก่อนหน้านี้ ไอบ้า เคยปรับระบบการให้คะแนนมาแล้ว 2 ครั้ง คือ เปลี่ยนจากการให้คะแนนแบบยกต่อยก จากกรรมการ 3 คน มาเป็นการให้กรรมการ 5 คน กดปุ่มให้คะแนน ถ้ากดพร้อมกัน 3 คน แต้มจึงจะขึ้น แต่ก็ถูกวิจารณ์ในเรื่องของความยุติธรรมในการตัดสิน จึงเปลี่ยนระแบบกลับมาเป็นการให้คะแนนแบบยกต่อยกเหมือนเดิม แต่มีการปรับรูปแบบเป็นจัดกรรมการในแต่ละไฟท์ไว้ 5 คน และใช้คอมพิวเตอร์สุ่มมาทำหน้าที่ 3 คน