ข่าว

ส่งซูจีกลับไปกักบริเวณที่บ้านพักทั่วโลกประณามคำตัดสิน

ส่งซูจีกลับไปกักบริเวณที่บ้านพักทั่วโลกประณามคำตัดสิน

11 ส.ค. 2552

ซูจีถูกส่งตัวกลับไปกักบริเวณที่บ้านพักแล้ว-มาเลเซียแนะอาเซียนประชุมด่วนถกเรื่องซูจี ขณะที่ทั่วโลกรุมประณามคำตัดสิน

เจ้าหน้าที่พม่าคนหนึ่งเปิดเผยว่า นางอองซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าถูกส่งตัวออกจากเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้งกลับไปยังบ้านพักริมทะเลสาบแล้วในวันนี้ หลังศาลตัดสินว่าเธอมีความผิดจริงในคดีละเมิดเงื่อนไขกักบริเวณจากการให้ชายชาวอเมริกันค้างคืนที่บ้านพักเมื่อเดือนพฤษภาคม และให้รับโทษจำคุก 3 ปี  แต่พลเอกอาวุโส ตานฉ่วย ผู้นำสูงสุดของพม่า มีคำสั่งลดหย่อนโทษให้กักบริเวณในบ้านพักแทนเป็นเวลา 18 เดือน

รายงานข่าวระบุว่า นางซูจี วัย 64 ปีมีท่าทีเหนื่อยล้าระหว่างฟังคำตัดสินนาน 90 นาทีในห้องพิจารณาคดีในเรือนจำ และหลังทราบคำตัดสิน เธอได้กล่าวขอบคุณนักการทูตต่างชาติที่เข้าร่วมฟังในห้องพิจารณาคดี โดยบอกว่า เธอยังหวังว่าจะสามารถร่วมกันทำงานเพื่อสันติภาพและความรุ่งเรืองในพม่า จากนั้นเธอก็ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปยังบ้านพัก

ส่วนนายวิลเลียม แยททอว์ ชาวอเมริกัน วัย 53 ปีที่ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบเข้าไปยังบ้านพักของซูจี ถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในข้อหาละเมิดเงื่อนไขการกักบริเวณของซูจี และโทษจำคุก 3 ปีพร้อมกับการใช้แรงงานหนักในคดีเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมทั้งโทษจำคุกอีก 1 ปีพร้อมกับการใช้แรงงานหนักฐานว่ายน้ำในเขตหวงห้าม แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโทษจำคุกแต่ละข้อหาจะให้รับโทษไปพร้อมกันหรือไม่

ด้านนายอานิฟาห์ อามาน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวทันทีหลังทราบคำตัดสินคดีซูจี โดยเรียกร้องให้มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนโดยด่วนเพื่อหารือเรื่องนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะโทษกักบริเวณครั้งนี้จะทำให้เธอหมดสิทธิเข้าร่วมการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้ควรจัดขึ้นอย่างเสรี ยุติธรรม และทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม

ขณะที่นายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ของอังกฤษ กล่าววันนี้หลังทราบคำตัดสินคดีนางอองซาน ซูจีผู้นำฝ่ายค้านพม่าว่า เขารู้สึกเสียใจและโกรธแค้นต่อการลงโทษกักบริเวณซูจีเป็นเวลา 18 เดือนในคดีละเมิดเงื่อนไขการกักบริเวณจากการให้ที่พักแก่ชายชาวอเมริกันที่บุกเข้าบ้านเธอเมื่อเดือนพฤษภาคม เขาเรียกการพิจารณาคดีครั้งนี้ว่าเป็นการเสแสร้ง พร้อมกับระบุว่าคำตัดสินได้สะท้อนว่า รัฐบาลทหารพม่าไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับของหลักกฎหมาย

นอกจากนี้เขา บอกว่า การเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในปีหน้าจะไม่มีความน่าเชื่อถือหรือความชอบธรรมทางกฎหมาย หากซูจีไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งเขาบอกว่า เธอเป็นแสงสว่างแห่งความหวัง ผู้นำอังกฤษ ยังบอกด้วยว่า จะส่งหนังสือแจ้งสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อเรียกร้องให้ทั่วโลกห้ามขายอาวุธให้รัฐบาลทหารพม่า

ขณะเดียวกันสหภาพยุโรป หรือ อียู ได้ออกแถลงการณ์ว่า อียูจะตอบโต้ด้วยมาตรการเพิ่มเติมต่อบุคคลในพม่าผู้มีส่วนรับผิดชอบในคำตัดสินคดีซูจี รวมทั้งจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลทหารพม่า รวมถึงการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

ส่วนนายสตีเฟน สมิธ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตพม่าเข้าพบเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าปล่อยตัวนางซูจีทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข นอกจากนี้เขาย้ำว่า ออสเตรเลียจะยังคงมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อรัฐบาลทหารพม่าและจะเพิ่มมาตรการใหม่เพื่อให้เกิดผลสูงสุด