
โพลล์เผย"ลูกเลว ไปให้ไกล ห้ามเล่นเกม"วัยรุ่นไม่อยากได้ยิน
มูลนิธิ 5 ธันวามหาราชจัดพิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ สวดถวายพระพรชัยมงคลแด่พระราชินี เชื่อนำผาสุกแก่ประชาชนทั้งแผ่นดิน ทั่วไทยพร้อมใจจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ ชาวนาเมืองดอกบัวร่วมกันปักดำนาเขียนคำว่า"ทรงพระเจริญ" กรุงเทพโพลล์สำรวจพบคำพูดที่วัยรุ่
เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2552 เวลา 07.00น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช จัดพิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส มีนายวรธนัท อัศกุลโกวิท ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ และประธานโครงการพิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ เป็นผู้นำประกอบพิธี
ทั้งนี้พิธีดังกล่าว เป็นการเจริญพระพุทธมนต์แบบอาณาจักรสุวรรณภูมิ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล และเพื่อความเป็นสิริมงคลถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งพิธีดังกล่าวจัดตามคติความเชื่อที่ว่าหากดวงพระราชชะตาของผู้ปกครองแผ่นดินแข็งแกร่ง จะนำมาซึ่งความผาสุกแก่ประชาชนทั้งแผ่นดิน
ชลบุรีทำดีถวายแม่ของแผ่นดินปล่อยเต่าทะเล200ตัว
พลเรือโท สุวิทย์ ธาระรูป ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ประธานในพิธีจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ณ หาดขลอด กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี ศักดิ์ชาย อุบลเดชประชารักษ์ รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ประธานโครงการเฉลิมพระเกียรติ นาวิกโยธินรวมใจ ทหารเรือไทยเทิดไท้องค์ราชันและราชินี กล่าวรายงาน การจัดโครงการเพื่อเป็นการรวมพลังทุกภาคส่วน แสดงจุดยืนในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยการจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น สังคม ประเทศชาติ ด้วยการปล่อยลูกเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 200 ตัว และร่วมกันปลูกต้นโกงกาง ป่าชายเลนหาดขลอด จำนวน 2,000 ต้น
พลเรือโท สุวิทย์ ธาระรูป ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้กล่าวอาศิรวาทราชสดุดี ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่าวันแม่แห่งชาติของทุกปี เป็นวันที่มีความหมาย มีความสำคัญยิ่งต่อปวงชนชาวไทยทุกคนที่ได้รวมพลังสามัคคีแสดงความจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่ทรงเป็นแม่แห่งชาติ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอานสุดที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบพรรณนาได้ ในพระราชภารกิจที่ทรงปฎิบัติเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อทำหน้าที่สมเด็จแม่แห่งชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทรงดำรงพระอิสริยศักดิ์ สมเด็จพระบรมราชินี คู่พระบารมี แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณประเสริฐใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ตลอดระยะเวลาอันมีค่าที่ผ่านมาพระองค์ ได้ทรงตรากตรำพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ทรงส่งเสริมอาชีพ และด้านการศึกษา ในถิ่นทุรกันดาร ทรงสนับสนุนให้พสกนิกรมีรายได้เพิ่มจากอาชีพเสริม ทรงพระราชทานโครงการในพระราชดำริอันทรงค่า ทรงห่วงใยในงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม และปลูกป่าขึ้นใหม่ และทรงเผยแพร่ศิลปหัตถกรรม วัฒนธรรมพื้นบ้าน อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ นำประเทศชาติไปสู่ความเจริญด้วยพระปรีชาสามารถ ทั้งทรงมีเมตตาธรรม และพระจริยธรรมที่ล้ำเลิศประเทศยิ่ง จนเป็นที่เลื่องลือตลอดถึงนานาอารยประเทศ พระมหากรุณาธิคุณนี้ถูกจารึกอยู่ในดวงใจของทหารเรือ ครอบครัว พสกนิกรชาวไทยทุกตลอดไป ตลอดทั้งชาวโลกต่างแซ่ซ้องสรรเสริญโดยทั่วกัน ซึ่งในวันนี้ กองทัพเรือ โดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ร่วมกับภาครัฐ เอกชน กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาได้แสดงจุดยืนแห่งความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ตลอดจนร่วมกันสร้างคุณงามความดีถวายแด่แม่ของแผ่นดิน ด้วยการปล่อยเต่าทะเล 200 ตัว และปลูกต้นโกงกาง ป่าชายเลนหาด ขลอด ในพื้นที่รับผิดชอบของ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีอีก2,000ต้น
โรงเรียนเด็กตาบอดลำปางจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ
ที่ โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง คณะครู และเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งนักเรียนที่พิการทางสายตา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น รวมทั้งผู้ปกครองประมาณ 60 คน ได้ร่วมกันถวายราชสดุดี และถวายพระพรสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เนื่องใน วโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2552 จากนั้นคณะครูนักเรียนและผู้ปกครอง ได้ร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชา จากนั้นนัดเรียนได้ร่วมกันร้องเพลงค่าน้ำนม
ต่อมาคณะครู ได้ให้ผู้ปกครอง ที่มาร่วมงาน ได้ไปนั่งที่เก้าอี้ เพื่อให้เด็กนักเรียนทั้งหมด ได้กราบแม่ บอกความรู้สึกรักแม่ และมอบดอกมะลิ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความประทับใจต่อแม่และคณะครู ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งเด็กนักเรียน ต่างซาบซึ้งในพระคุณของแม่ จนร้องไห้ออกมา ทำให้บรรยากาศภายในงานเกิดความรัก และความอบอุ่นอย่างมากมาย ระหว่างแม่กับลูก
ด้านนางฐานนันท์ ใจเย็น รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนคนตาบอดลำปาง กล่าวว่า กิจกรรมวันแม่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้นทุกปี เพื่อให้เด็กนักเรียนได้นึกถึงพระคุณของแม่ และเกิดความกตัญญูรู้คุณต่อแม่ของตัวเอง ซึ่งบรรยากาศถือว่าสร้างความซาบซึ้ง และที่สำคัญทำให้เกิดบรรยากาศความรัก ความอบอุ่น ความกตัญญู ของเด็กนักเรียน ที่ถือว่าเป็นเด็กพิการทางสายตา
กองบัญชาการช่วยรบที่3นำกำลังบำเพ็ญกุศลถวายราชกุศลวันแม่
ที่วัดราชบูรณะ อ . เมือง จ . พิษณุโลก มีพิธีบวชเนกขัมมะบารมี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสวันแม่ 12 สิงหามหาราชินี มีพระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ พระครูเกษมวาปีพิสัย เจ้าอาวาสวัดบึงกระดาน พลตรีวิเชียร ไชยปกรณ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วมทำพิธีบำเพ็ญกุศล สมาทานศีล กล่าวคำถวายพระพร และมีพิธีบวชเนกขัมมะบารมี มีประชาชนสมัครมาร่วมบวชถือศีล 8 เป็นเวลา 3 วัน
พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ กล่าวว่า เนื่องด้วยวันที่ 12 สิงหาคม 2552 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ วัดราชบูรณะ ร่วมกับกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติถวายราชสดุดี ในการนี้ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ได้มอบเงินซ่อมแซมรั้วให้กับโรงเรียนบ้านวังพาน อ . พราน จ . กำแพงเพชร จำนวน 6,000 บาท มอบเงินช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ต้องดูแลครอบครัวที่จ . กำแพงเพชรจำนวน 4,000 บาทและมอบเงินช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นอัมพาตที่ อ . วังทอง จ . พิษณุโลก ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จำนวน 4,000 บาท
นอกจากนี้ วัดราชบูรณะ ได้มอบเงินช่วยเหลือแม่สูงอายุ ได้แก่ นางผาด ต่ายชาวนา อายุ 85 ปี จำนวน 3,000 บาทและนางลา หงษาชุม อายุ 80 ปี จำนวน 3,000 บาท
โรงเรียนพิษณุโลกจัดงานวันแม่แห่งชาติ
ที่โรงเรียนสิ่นหมิน อ.เมืองพิษณุโลก ทางโรงเรียนได้นำนักเรียน จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ซึ่งมีกิจกรรมถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในการถวายความจงรักภักดี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี ที่เวียนมาบรรจบอีกครั้ง พร้อมทั้งทางโรงเรียนสิ่นหมิน ได้จัดให้มีการรำอวยพร และระบำจีน จำนวนกว่า 10 ชุด ถวายต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์อีกด้วย
อุตรดิตถ์แม่-ลูกกว่า 700 คู่ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์78รูป
ที่โรงเรียนทองแสนขันวิทยาคม จ.อุตรดิตถ์ ทางโรงเรียนได้กำหนดจัดกิจกรรม “แม่-ลูก จูงมือทำบุญวันแม่แห่งชาติ สร้างสายใยรักในครอบครัว”ด้วยการปิดถนนภายในโรงเรียนระยะทางกว่า 300 เมตร เปิดโอกาสให้ครู นักเรียนพร้อมด้วยคุณแม่กว่า 700 คู่ นำข้าวสารอาหารแห้งทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 78 รูป เพื่อ ถวายเป็นพุทธบูชา สืบทอดพระพุทธศาสนา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินาถ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 77 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม นี้ โดยแม่-ลูกที่ได้ร่วมบุญตักบาตรต่างร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
นายประมุข ธนวัฒน์ ผอ.โรงเรียนทองแสนขันวิทยาคม กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวยังมุ่งเน้นให้แม่-ลูกได้มีโอกาสทำบุญร่วมกันเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ทั้งนี้ข้าวสารอาหารแห้งที่ถวายพระสงฆ์ ยังได้จัดสรรส่วนหนึ่งมอบให้กับผู้ยากไร้ คนพิการ ในพื้นที่อำเภอทองแสนขัน ซึ่งแสดงออกถึงการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ต้องการให้นักเรียนหรือลูกๆได้เรียนรู้ และตลอดทั้งวันทางโรงเรียนยังได้เปิดโอกาสให้แม่-ลูก ได้ร่วมกิจกรรมด้วยกัน ทั้งนี้ร่วมลงนามถวายพระพร วางพานพุ่มเงินพุ่มทอง
“ปีนี้พิเศษทางโรงเรียนร่วมกับเทศบาลตำบลทองแสนขัน จัดมอบโล่รางวัลแม่ตัวอย่างและลูกกตัญญู โดยให้นักเรียนแต่ละห้องเรียนร่วมคัดเลือกแม่-ลูก ที่เหมาะสมได้การเชิดชูเกียรติดังกล่าว ห้องเรียนละ 1 คู่ รวมแม่ตัวอย่าง 22 คนและลูกกตัญญู 22 คน จากนั้นเสนอให้ครูประจำชั้น เพื่อรับมอบโล่จากนายระนอง สิงห์ฆะ นายกเทศมนตรีตำบลทองแสนขัน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจสำหรับแม่-ลูก และเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็กเลือกที่จะทำความดีของสังคม นอกจากนี้ทาง ทต.ทองแสนขันยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ฐานะยากจน จำนวน 22 ทุนหรือห้องเรียนละ 1 ทุนด้วย นอกจากนี้ที่หอประชุมโรงเรียนนักเรียนทุกคน ร่วมร้องเพลงค่าน้ำมน นำพวงมาลัยดอกมะลิไหว้แม่ ซึ่งแม่ลูกต่างหลั่งน้ำตาแห่งความรัก สวมกอดกัน อย่างน่าชื่นชม”นายประมุข กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส. น.ส.เสาวลักษณ์ คำนิล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนทองแสนชัน อาศัยอยู่กับตายาย ที่สุขภาพไม่แข็งแร ง มีโรคประจำตัวของผู้สูงอายุ ไม่สามารถทำงานได้ และน้องสาว หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ปัจจุบันนอกจากเรียนหนังสือมีผลการเรียนดีแล้ว ยังใช้เวลาหลังเลิกเรียน และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รับจ้างเพื่อนบ้านทำงานบ้าน พิมพ์งานด้วยคอมพิวเตอร์ และรับจ้างเพื่อนบ้านที่ทำการเกษตรตามฤดูกาล ทั้ง ดำนา เกี่ยวข้าว ตัดอ้อย ขุดหัวมันสำปะหลัง ดายหญ้า มีรายได้วันละ 100-120 บาท นำเงินมาให้ตายายเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นค่ารถไปโรงเรียน ค่าอาหารกลางวันของตนและน้องสาว
ล่าสุดได้รับพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส ยากจน เข้ารับทุนการศึกษา โครงการ "ทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร" และเนื่องในวันแม่แห่งชาติ น.ส.เสาวลักษณ์ คำนิล ยังได้รับคัดเลือกจากเพื่อนๆให้เป็นลูกกตัญญู รับทุนการศึกษา จากเทศบาลตำบลทองแสนขันอีกด้วย
น.ส.เสาวลักษณ์ กล่าวว่า มียายเป็นแม่ แม้ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด แต่ยายก็เลี้ยงตนและน้องสาวมาตั้งแต่อายุได้เพียง 1 เดือน จึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่จะทำความดี และช่วยยายทำงานเพื่อให้ได้รายได้มาจุนเจือครอบครัว ทุกวันนี้วันหยุดยังออกรับจ้างตามปกติ สิ่งสำคัญจะตั้งใจเรียน และเรียนต่อระดับปริญญาตรีให้สำเร็จ เพื่อจะได้มีงานทำ ตา ยาย และน้องสาวจะได้สบายไม่ลำบากเหมือนทุกวันนี้ โดยตั้งใจจะสอบเป็นครูสอบเด็กที่โรงเรียนใกล้บ้าน
พัฒนาบึงสีไฟถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชินี
ที่บึงสีไฟ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิจิตร นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรนำส่วนราชการทุกหน่วยงานและพสกนิกรชาวจังหวัดพิจิตรกว่า 300 คน ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา 12 สิงหามหาราชินี โดยได้ร่วมกันปลูกต้นไม้มงคลชนิดต่างๆ จำนวน 978 ต้นบนพื้นที่รอบ บึงสีไฟ อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตรด้วย
ทั้งนี้เพื่อร่วมกันอนุรักษ์แหล่งน้ำควบคู่กับการปลูกป่าไม้ขึ้นมาทดแทนของเดิมตามแนวพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ แหล่งน้ำธรรมชาติให้คงอยู่ ไม่ถูกทำลายจากน้ำมือมนุษย์จึงต้องปลูกป่าไม้ขึ้นมาทดแทน เพื่อให้ป่าไม้ธรรมชาติคงอยู่ตลอดไป ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จังหวัดพิจิตรจัดทำขึ้น เพื่อทำดีถวายพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนม์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมายุครบ 77 พรรษาในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
อุบลราชธานีชาวนาดำนาข้อความ"ทรงพระเจริญ"
ที่บริเวณถนนกุดข้าวปุ้น- เขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ชาวนาที่ตำบลโนนสว่าง อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี โดยการปักดำนาข้าวในนี้ด้วยการนำพันธ์ข้าวก่ำซึ่งมีสีม่วงเข้มมาปลูกแซมกับข้าวจ้าวปักดำลงในพื้นที่นาเป็นตัวหนังสือคำว่าทรงพระเจริญ แล้วนำธงชาติและธงตราสัญญลักษณ์มาประดับบนพื้นที่นาเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ชาวนามีต่อพระองค์ท่าน
นายวัฒนา รูปคม ชาวนาบ้านโนนสว่างบอกว่า ตนเองและครอบครัวซึ่งมีอาชีพทำนาอยากจะแสดงความจงรักภักดีเนื่องในวันแม่แห่งชาติปีนี้ จึงได้ร่วมใจกันปักดำนาข้าวเป็นข้อความตัวหนังสือคำว่าทรงพระเจริญบนพื้นที่นา เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี
นครราชสีมาซื้อต้นมะลิกราบแม่แทนพวงมาลัย
บรรยากาศการหาซื้อดอกมะลิเพื่อกราบแม่ในวันแม่ 12 สิงหาคม ที่ จ.นครราชสีมาปีนี้ยังคึกคัก ประชาชนชาวโคราช โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษา ต่างพากันเลือกซื้อดอกมะลิซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ เพื่อนำไปกราบไหว้มารดา แสดงออกถึงความผูกพันและระลึกถึงบุญคุณแม่ ส่งผลให้บรรยากาศภายในตลาดแม่กิมเฮง ที่ตั้งอยู่กลางเมืองโคราชเป็นไปอย่างคึกคัก ร้านจำหน่ายดอกมะลิทั้งดอกเทียมและดอกสดขายดิบขายดี โดยเฉพาะแม่ค้าที่ขายดอกมะลิสด ที่จะมีประชาชนนิยมซื้อมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็จะมีขายทั้งในรูปแบบร้อยเป็นพวงมาลัย แบบต่างๆ ในราคาเริ่มต้นที่พวงละ 20 บาท ไปจนถึง 300 บาท
แต่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ก็คือมะลิที่ขายทั้งต้น ใส่ในกระถาง ราคา 50 บาท และหากมีตกแต่งอย่างสวยงามก็จะมีราคาสูงขึ้น โดยสูงสุดจะอยู่ที่กระถางละ 200 บาท โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าการซื้อมะลิแบบเป็นต้น เมื่อนำไปให้แม่ก็จะสามารถนำไปปลูกในบริเวณบ้าน ให้เติบโตออกดอกเพิ่มความสวยงามได้ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าการซื้อพวงมาลัย นอกจากนี้ ต้นมะลิเมื่อนำไปปลูกไว้ ก็จะเปรียบเสมือนตัวแทนของลูก ที่ไว้ให้แม่หายคิดถึง ยามที่ห่างไกลกัน อีกทั้งยังช่วยลดภาวะโลกร้อน และช่วยรักษาธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย
ขณะเดียวกันหลังจากที่กระแสการนิยมซื้อต้นมะลิเป็นของขวัญวันแม่ ส่งผลให้ที่ตลาดไม้ดอกไม้ประดับ ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา บรรดาพ่อค้า - แม่ค้า ต้องเร่งหาพันธุ์ต้นมะลิมาวางจำหน่ายกันแทบทุกร้าน เนื่องจากลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้า - แม่ค้า ภายในตลาดในตัวเมืองสั่งซื้อเพื่อนำไปขายต่อเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา ร้านจำหน่ายดอกไม้ขายส่งภายในตลาดไม้ดอกไม้ประดับ ต.โคกกรวด แต่ละร้านจะสามารถจำหน่ายต้นมะลิได้ไม่ต่ำกว่า 500 กระถาง คิดเป็นเงินที่ได้รับในช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 4,000 - 5,000 บาท
พลังมวลชนสงขลากว่าพันคนร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2552 ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อ.เมือง จ.สงขลา นายอัครพล บุณยนิตย์ ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นประธานปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหามหาราชินี โดยเทศบาลนครสงขลา จัดขึ้น โดยมีพลังมวลชน ทั้งข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าและประชาชนทั่วไป 25 องค์กรกว่า 1,000 คน
ได้ร่วมกันปลูกป่าโกงกางเฉลิมพระเกียรติ ในโครงการ”ปลูกป่า 12 สิงหา” เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคมนี้ โดยได้ร่วมกันปลูกต้นโกงกางจำนวน 1,000 ต้น ริมทะเลสาบสงขลา เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมเก็บขยะ ทำความสะอาดบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ ฯซึ่งถือเป็นกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ที่กลุ่มพลังมวลชนได้ร่วมกันทำขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล
นอกจากจะร่วมกันปลูกป่า เก็บขยะแล้ว ยังจะร่วมกันปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนร่วมอนุรักษ์ป่า รณรงค์ให้มีการปลูกทดแทนป่าที่ถูกทำลาย เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ทรงให้ร่วมกันรักษาป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ ละสิ่งแวดล้อมของชาติ
ยะลาเลี้ยงอาหารกลางวันผู้ต้องขังหญิง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 52 ที่เรือนจำกลางจังหวัดยะลา นางนารีรัตน์ มินทราศักดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา พร้อมคณะได้เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังหญิง จำนวน 61 คน ที่ถูกควบคุม เพื่อพบปะเยี่ยมเยียน และร่วมทำกิจกรรม เนื่องในวันแม่แห่งชาติ นอกจากนั้นยังได้เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขังหญิงด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม
นางนารีรัตน์ มินทราศักดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ต้องขังหญิงที่ถูกควบคุมตัวไว้ทุกคน รวมทั้งร่วมเทิดพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี ด้วย โดยได้มาร่วมทำกิจกรรมกับผู้ต้องขังหญิง และเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งตนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ต้องขังหญิงจำนวนหลายคนก็ทราบว่าถูกจับกุมและถูกคุมขัง จากหลายปัจจัย ที่รู้สึกเห็นใจ และควรที่จะมาให้กำลังใจ ในส่วนของเหล่ากาชาดยะลา นอกจากทำกิจกรรมในวันนี้ ก็ยังจะมีการปลูกป่า และปล่อยปลา รวมทั้งกิจกรรมเทิดพระเกียรติร่วมกับทางจังหวัดยะลา นอกจากนั้นยังมีการรับบริจาคเลือด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วย
วันแม่ปีนี้คนไทยมีแผนกินข้าว-อยู่กับแม่มากกว่าไปที่อื่น
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “กิจกรรมวันแม่และการดูแลแม่เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2552” ระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2552 จากประชาชนอายุตั้งแต่ 18 – 70 ปี ที่แม่ของตนยังมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศจำนวน 1,920 ตัวอย่าง พบว่า ปัจจุบันคนไทยเพียงร้อยละ 39.0 พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกับแม่ของตน ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่ามีจำนวนคนไทยมากกว่าครึ่งที่ไม่ได้อาศัยอยู่บ้านเดียวกับแม่ ร้อยละ10.6 อยู่ใกล้ในระยะเดินถึง และร้อยละ 13.0 ที่ไม่ได้อาศัยอยู่บ้านเดียวกับแม่ แต่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน และร้อยละ 37.4 มีจำนวนค่อนข้างสูงที่แม่อาศัยอยู่คนละจังหวัด
นอกจากนี้ ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่า มีคนไทยเพียงร้อยละ 42 ที่ดูแลแม่ของตนอย่างครบถ้วนทุกด้าน ร้อยละ 39.1 ดูแลโดยให้เงินแก่แม่ไว้ใช้จ่าย มีข้อสังเกตจากผลการสำรวจว่าคนไทยในกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคอีสานจะมีสัดส่วนของผู้ที่ดูแลแม่ของตนอย่างครบถ้วนทุกด้าน มากกว่าดูแลโดยให้เงินแม่ไว้ใช้จ่าย ซึ่งตรงกันข้ามกับคนไทยในภาคเหนือ และภาคใต้ ที่มีสัดส่วนของผู้ที่ดูแลแม่โดยให้เงินไว้ใช้จ่ายสูงกว่าการดูแลแม่อย่างครบทุกด้านเอง
ส่วนกิจกรรมที่คนไทยทุกภาคทำร่วมกับแม่ในสัดส่วนสูงที่สุด คือ การรับประทานอาหารร่วมกับแม่ร้อยละ 49.7 รองลงมา คือ การไปทำบุญกับแม่และทำกิจกรรมด้านบันเทิง เช่น ดูภาพยนตร์ ชอปปิ้ง และท่องเที่ยว แผนจะทำกิจกรรมร่วมกับแม่ที่บ้านในสัดส่วนสูงกว่ากิจกรรมอื่น ถึงร้อยละ 28.8 รองลงมาคือ การทำบุญ ร้อยละ 23.1 และกิจกรรมบันเทิงรื่นเริงร้อยละ19.9
กรุงเทพโพลล์พบวัยรุ่นเลือกวิธีกอด-หอม แสดงความรักวันแม่
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจเรื่อง“แม่ในมุมมองของวัยรุ่น” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของวัยรุ่นที่มีต่อแม่โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มวัยรุ่น อายุ 15-23 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 992 คน เพศชายร้อยละ 50.8 และเพศหญิงร้อยละ 49.2 เมื่อวันที่ 1-4 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าสิ่งที่จะทำเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อแม่เนื่องในโอกาสวันแม่ปีนี้คือ กอด และหอมแม่ ร้อยละ 15.3 ให้พวงมาลัย/ให้ดอกมะลิ ร้อยละ 13.6 บอกรักแม่ด้วยคำพูด ร้อยละ 12.8 กราบแม่ร้อยละ 12.0 และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของแม่ ร้อยละ 10.8
สำหรับคำนิยามที่วัยรุ่นเห็นว่าเหมาะสมกับแม่ของตนมากที่สุด คือ ร่มโพธิ์ร่มไทร ซูเปอร์วูแมน เข็มทิศนำทาง แม่พระของลูก และตู้เอทีเอ็มเคลื่อนที่ ส่วนการกระทำของลูกที่คิดว่าจะทำให้แม่มีความสุขและสบายใจมากที่สุด คือ ตั้งใจเรียน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและการพนันไม่เถียงแม่ ไม่เที่ยวเตร่ คบเพื่อนไม่ดี ช่วยแม่ทำงานบ้าน เมื่อถามถึงเรื่องที่ทำให้มีปากเสียงและไม่เข้าใจกับแม่บ่อยที่สุด พบว่า เป็นเรื่องการใช้เงิน การเที่ยวเตร่ ไม่ช่วยงานบ้าน มารยาทและการพูดจา และเรื่องการเรียนและผลการเรียน
ทั้งนี้ คำพูดที่วัยรุ่นไม่อยากได้ยินจากปากแม่มากที่สุด คือ ลูกไม่รักดี ลูกเลว ไปให้ไกล ๆ อยากไปไหนก็ไป ออกจากบ้านไปเลย เสียใจและผิดหวังในตัวลูก บ่นและห้ามเรื่องต่าง ๆ เช่น ห้ามเล่นเกม ห้ามคุยโทรศัพท์ และดีแต่ใช้เงิน ดีแต่เที่ยว



