
"อย่ากังวลในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง" วิษณุ
"วิษณุ" ยัน รบ.ไม่ติดใจใครเสนอชื่อนายกฯ โบ้ยคำพูด "ประยุทธ" ต้องมาอย่างสง่างาม เผยแม่น้ำ 4 สาย ใครจะลง ส.ส.เตรียมลาออกหลัง รธน.มีผล 90 วัน
24 ส.ค. 59 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายกล่าวถึงการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงประชามติว่า การประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.)กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เมื่อวันที่ 23 ส.ค.เป็นการเรียกประชุมเร่งด่วน เพื่อลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ประเด็นเพิ่มจำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากพบว่ามีข้อกฎหมายที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขจำนวนมาก ออกใหม่ และกฎหมายตามนโยบายรัฐบาลอีกจำนวนมาก จึงตั้งเพื่อให้เข้ามาแบ่งเบาภาระการทำงานของ สนช.ปัจจุบัน
รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ส่วนเรื่องคำถามพ่วงประชามตินั้น แต่เดิมเป็นข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ก่อนที่จะเสนอให้สนช.พิจารณา โดยข้อเสนอของสปท. ตอนแรกอ่านแล้วเข้าใจว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทถาวร สนช.จึงขอปรับเปลี่ยนให้แก้ไขในบทเฉพาะกาล คือ วาระ 5 ปีตามที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องของการโหวตเลือกนายกฯ ได้มีการพูดถึงในที่ประชุม สปท. ว่าจะสามารถเลือกนายกฯนอกเหนือจากบัญชีพรรคการเมืองมาใส่ในตะกร้าได้หรือไม่ ซึ่งถูกทักท้วงโดยนายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. ว่าให้เคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยรอบแรกต้องเลือกนายกฯในตะกร้าเป็นหลัก ใครจะได้เป็นนายกฯต้องผ่านการเห็นชอบ 376 เสียง
นายวิษณุ กล่าวว่า แต่ถ้าเลือกไม่ได้จะเข้าสู่กระบวนการรอบที่สอง ให้ ส.ส. และ ส.ว. ร่วมกันโหวตด้วยคะแนน 2 ใน 3 หรือ 500 เสียง เพื่อยอมให้เอาคนนอกตะกร้า หากไม่ได้ต้องกลับมาเลือกในตะกร้ากันต่อไป ส่วนในรอบที่สาม ให้เอาชื่อคนที่ถูกเสนอทั้งในและนอกตะกร้ามาแข่งกัน ถ้าใครได้รับการโหวต 376 เสียง จะได้เป็นนายกฯ ส่วนที่ว่าใครจะเป็นคนเสนอชื่อคนนอกตะกร้านั้นก็ไปว่ากัน โดยสนช.ไม่ควรทำ แต่เป็นเรื่องของ กรธ.ที่ต้องทำ แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าส.ว.สามารถโหวตเลือกนายกฯกี่ครั้งก็ได้ภายใน 5 ปี
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้เวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้ได้สนช. 30 คนมาเติมจากที่มีอยู่แล้ว 220 คนเมื่อไร รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า สนช.จะพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 26 ส.ค. ไม่ทราบว่าจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวได้ 3 วาระรวดหรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วจะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว หัวหน้าคสช.จะดำเนินการแต่งตั้งได้ โดยไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งทั้งหมดทีเดียวก็ได้ แต่สิ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ แม่น้ำ 4 สาย ประกอบด้วย คสช.ครม. สนช. และสปท. หากใครต้องการลงสมัครส.ส. ต้องลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วันนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ส่วนกรธ.ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 2 ปีอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสนช.เสนอให้ส.ว. สามารถเสนอชื่อนายกฯได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ผ่านมาครม.และคสช.ไม่เคยพูดเรื่องนี้ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นคนเสนอ และไม่เข้าใจว่าสังคมต้องสนใจเรื่องนี้ มันจะมีอะไรแตกต่างกันกับเรื่องที่ใครเป็นคนเสนอ คิดกันหรือว่าถ้าส.ว.ไม่เสนอแล้วส.ส.จะไม่เสนอหรืออย่างไร ตนไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหา เพราะเป็นไปได้อย่างไรว่าคนที่จะเป็นนายกฯไม่มีส.ส.คบ และไม่ยอมเสนอชื่อ จึงต้องให้ส.ว.เป็นผู้เสนอ
รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ที่เราพูดกันว่า คนนอก คนใน ก่อนหน้านี้คือ คนนอกพรรค คนในพรรค แต่วันนี้คำว่าคนนอกกับคนในคือ คนนอกตะกร้ากับคนในตะกร้า เมื่ออยู่ในตะกร้า ไม่ว่ามาจากไหนถือว่าเป็นคนที่พรรคนั้นเสนอและประกาศให้ประชาชนรู้แต่แรก ไม่ใช่พูดกลางสภาวันที่จะเลือก และหากพรรคนั้นได้ส.ส.ไม่ถึง 25 คนจะไม่มีสิทธิเสนอรายชื่อในบัญชีเป็นนายกฯ มีสิทธิเพียงเลือกนายกฯในบัญชีของพรรคอื่นเท่านั้น ใครจะเสนอรายชื่อนายกฯ เราไม่ติดใจ แต่สิ่งสำคัญที่นายกฯพูดเมื่อวันที่ 23 ส.ค. คือ คนจะมาเป็นนายกฯต้องมาอย่างสง่างาม เพราะคนเราไม่มีอะไรสำคัญกว่าความสง่างาม
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วนายกฯคนปัจจุบันถือว่าสง่างามหรือไม่ นายวิษณุ ย้อนถามนักข่าวว่า “แล้วคุณคิดว่าอย่างไร” เมื่อถามย้ำว่า หากมีนายกฯคนนอก กลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายเหมือนปี 35 หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ตนขอยกคำของพระพุทธเจ้าที่ว่า "อย่ากังวลในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง".



