
"นวดแผนไทย"หวั่นเป็นหมอเถื่อน.!!
หวั่นเป็นหมอเถื่อน.!! นวดแผนไทย ร้องผู้ตรวจฯสอบพรบ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
24 ส.ค. 59 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสุกษม อามระดิษ เลขานุการสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย ได้นำรายชื่อผู้ประกอบการและผู้ให้บริการนวดแผนไทย จำนวน 5,490 คน ยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2559 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
โดยนายสุกษม กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 ก.ย. นี้ ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการสถานบริการเพื่อสุขภาพ หรือนวดแผนไทย ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นรายปีให้กระทรวงมหาดไทยและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอใบอนุญาตและดำเนินการกิจการนวดแผนไทย ทั้งที่เดิม พ.ร.บ.สถานบริการ 2509 ให้เสียค่าธรรมเนียมแค่กระทรวงมหาดไทย เท่ากับว่าผู้ประกอบการต้องเสียค่าธรรมเนียมทั้งสองส่วน อีกทั้งยังกำหนดให้สถานประกอบการนอกจากมีตำแหน่งผู้ประกอบการและผู้ให้บริการหรือหมอนวดแล้ว ต้องมีผู้ดำเนินการหรือผู้จัดการ เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเสียค่าจ้างเพิ่มอย่างน้อยเดือนละ 15,000 บาท ที่สำคัญพ.ร.บ.นี้ ได้ให้หมอนวด ต้องเข้ารับการอบรมจากสบส. จึงสามารถประกอบวิชาชีพได้ แต่ที่ผ่านมาผู้ให้บริการเพียงได้รับใบรับรองจากศูนย์ฝึกวิชาชีพหรือหน่วยงานที่รัฐรับรองก็สามารถประกอบอาชีพได้ การให้เข้ารับการอบรมใหม่จากสบส. ที่ขณะนี้รับรองการนวดเพียง 2 หลักสูตร จากหลายสิบหลักสูตร จะกระทบต่อหมอนวดหลายแสนคน เพราะถ้าไม่ได้รับการรับรองจากสบส. จะถือว่าเป็นหมอนวดผิดกฎหมายทันที
นายสุกษม กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.สถานประกอบการฯ นี้ ไม่มีมาตราใดที่มีข้อความคุ้มครองการนวดแผนไทยที่เป็นหนึ่งในวิธีบำบัดรักษา สุขภาพของการแพทย์แผนไทยที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก และกระทรวงวัฒนธรรม และยังมีบทบัญญัติที่กำจัดสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ และสร้างภาระแก่ประชาชนโดยไม่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติ จึงขอให้ผู้ตรวจฯ มีข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีให้ตรวจสอบการทำงานของสบส. พร้อมกับมีข้อเสนอแก่สบส.เพื่อปรับแก้พ.ร.บ.ดังกล่าว อีกทั้งให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่



