สลด! หนุ่มเมียนมาร์ถูกรุมทำร้ายดับคาห้องเช่า
หนุ่มเมียนมาร์ถูกรุมทำร้ายเสียชีวิตในห้องเช่ากลางเมืองเชียงใหม่ ตำรวจมุ่งปมทะเลาะวิวาท คาดคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 24 ส.ค.59 พ.ต.ท.สมเด่น แดงเครื่อง ร้อยเวร สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจากนายคำนึง วุฒิแป อายุ 42 ปี ชาวจ.ลำพูน เจ้าของห้องเช่าแห่งหนึ่ง บริเวณสี่แยกถนนรัตนโกสินทร์ พบรอยเลือดบริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 2 จึงได้สั่งการให้สายตรวจของ สภ.แม่ปิง เข้าตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ
ทั้งนี้ เมื่อไปถึงพบว่าเป็นห้องเช่าจำนวน 3 ห้องอยู่ติดกัน โดยรอบมีลักษณะเป็นบ้านเก่าและมีต้นหญ้าขึ้นหนาทึบ โดยจุดเกิดเหตุคือห้องพักหมายเลข 2 ด้านหน้าประตูพบรอยเลือดเป็นทางยาว เมื่อเปิดประตูเข้าไปจึงพบศพของชายอายุ 28 ปี ทราบชื่อต่อมาคือนายเมือง ไม่ทราบนามสกุล เป็นชาวไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมาร์ เสียชีวิตในสภาพกึ่งนอนกึ่งนั่ง สวมเพียงเสื้อกล้ามสีเทาและกางเกงขาสั้น ใกล้กับศพของผู้ตายพบรอยเลือดบนผนัง อีกทั้งภายในห้องพักพบว่ามีทรัพย์สินและข้าวของพังเสียหาย กระจกแตก รถจักรยานยนต์ล้ม กระถางต้นไม้แตกหัก และโต๊ะล้ม
ต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.ท.สมเด่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ ผกก.สภ.แม่ปิง รุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการสอบถามไปยังนายคำนึง วุฒิแป เจ้าของห้องพักดังกล่าวให้การว่า ผู้ตายเป็นชาวเมียนมาร์ ทำงานอยู่ในเต็นท์รถใกล้กับห้องเช่า โดยนายเมืองได้มาเช่าห้องดังกล่าวได้ราวเดือนกว่า ที่ผ่านมามีเพื่อนฝูงแวะเวียนเข้ามาบ่อยครั้ง
ประกอบกับเมื่อช่วงวานนี้ เวลาประมาณ 17.00 น. ยังพบเห็นนายเมืองเดินเตร็ดเตร่อยู่บริเวณเต็นท์รถ กระทั่งเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 06.00 น. ได้เดินผ่านห้องพักที่นายเมืองพักอาศัยอยู่ ปรากฏว่าพบรอยเลือดบริเวณหน้าห้อง จึงสงสัยและเคาะเรียก ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้ทำการไขประตูเข้าไป พบว่านายเมืองได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ
พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ ผกก.สภ.แม่ปิง เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสันนิษฐานคาดว่าน่าจะเป็นการรุมทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และอาจเป็นเรื่องเขม่นกันภายในกลุ่ม เนื่องจากสภาพทรัพย์สินและสิ่งของภายในห้องพักของผู้ตายมีลักษณะของการรื้อทำลาย โดยผู้ตายอาจจะพยายามหลบหนี แต่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตเสียก่อน ทั้งนี้สาเหตุที่แน่ชัดต้องรอผลจากการพิสูจน์หลักฐานสรุปอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตำรวจจะเร่งต้องตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป



