ข่าว

เอาที่สบายใจ “เลย”

เอาที่สบายใจ “เลย”

23 ส.ค. 2559

ไป "เลย" ครานี้มีดีกว่าที่คิด

เอาที่สบายใจ “เลย”

                                                      คนกรุงลองย่ำโคลนดำนา   

  ว่ากันว่าถ้าลองทำตัวไม่เร่งรีบเพื่อคิด พูด และทำอะไรให้ช้าลง หรือที่พูดให้ดูเท่อินเทรนด์ว่า “สโลว์ไลฟ์” บางครั้งเราอาจพบมุมมองหรือโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาทั้งชีวิต แน่นอนว่านั่นต้องแลกมาด้วยการเรียนรู้ที่จะปรับตัว เหมือนรูปแบบการปลุกปั้นที่พักระดับ 5 ดาวหนึ่งเดียวในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย “ภูเรือ แซงค์ฌัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา" ที่พาคนเข้าไปอยู่กับวิถีธรรมชาติ ใชัวีวิตช้าๆ แบบพึ่งพาอาศัยไม่ใช่เบียดเบียนจนเสียสมดุล 

เอาที่สบายใจ “เลย”    

พรศิลป์ แต้มศิริชัย 

   สำคัญว่าแนวคิดหลักของภูเรือ แซงค์ฌัวรีฯ นั้นอยู่ภายใต้แนวทางเชิงอายุวัฒนะ ตามวิถีแห่งเต๋าที่เน้นความสมดุล เพื่อการฟื้นฟู เสริมสร้างชีวิตใหม่และนำพลังหนุ่มสาวกลับคืนมาสู่ชีวิต โดยวิธีการปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจผ่านอาหารออร์แกนิค อากาศบริสุทธิ์ การออกกำลังกายที่หลากหลาย การฝึกจิต เพิ่มพลังแห่งสติที่จะนำไปสู่ปัญญาญาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ซึ่งโอบกอดด้วยภูน้ำสานและภูผาเบิก อาณาบริเวณถูกออกแบบให้สามารถเข้าถึงถึงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ แค่ทางเข้าก็รู้สึกสดชื่นเพราะเจ้าของ “ไก่” พรศิลป์ แต้มศิริชัย หนุ่มใหญ่แห่งอุตสาหกรรมน้ำตาลขอนแก่นที่แตกไลน์มาจับธุรกิจที่พักนั้นเป็นคนรักต้นไม้ จึงปลูกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์และสีสันปูเป็นทางยาวตั้งแต่ประตูจนถึงตัวโรงแรม นี่ยังไม่นับไม้ดอกไม้ประดับและไม้ยืนต้นอื่นๆ โดยเฉพาะนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระไทยที่ปลูกแซมตามพื้นที่รอบโรงแรม แต่เพราะโรงแรมเพิ่งเปิดให้บริการมาได้เพียง 10 เดือนเศษ อายุใช้งานของแมกไม้ต่างๆ จึงยังอยู่ระหว่างการเจริญเติบโตแทงยอดอ่อน อีก 3-5 ปีคาดว่าจะแข่งกันอวดทั้งใบและดอกสะพรั่ง

     มาที่นี่จึงแนะนำให้ใช้ชีวิตอย่างกลมกลืน อย่างที่ “ไก่” พรศิลป์ บอกว่าเพราะทุกคนเครียดโดยไม่รู้ตัว อยากให้คนยุคนี้มีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เราอยู่คนเดียวไม่ได้ แต่คนบางคนก็มีทุกข์จากความสัมพันธ์นี้ จึงต้องสร้างป่าที่ให้ออกซิเจนให้คนมีจิตใจอ่อนโยน พ่อแม่พาลูกๆ มาเรียนรู้วิถีชีวิตธรรมชาติ ถอยห่างจากวิถีหน้าจอ กายใจหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว 

    พูดมาถึงตรงนี้นึกภาพตามเลย จากนั้นจึงเริ่มสำรวจวิถีช้าๆ ที่เขาตั้งใจออกแบบมาให้ เริ่มจากสายพานอาหารที่่แทบทุกรายการจานอร่อยโดยเฉพาะสำรับพื้นเมืองขึ้นชื่อ เช่น ต้มยำเห็ด,ลาบเห็ด, ส้มตำ, ไก่ใต้น้ำ, แกงเลียง, ยำผักกูด เป็นต้น ลิ้มรสแล้วรู้ทันทีว่าสดใหม่ เพราะปลูกเองเป็นสวนผัก อยากกินอะไรก็เด็ดได้เดี๋ยวนั้น แทบจะเรียกว่าขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอม กระเทียม มะนาว กล้วย กาแฟ ไม่ต้องซื้อหา ทุกอย่างเกิดจากดินที่โรงแรม แล้วก็กลายมาเป็นกิจกรรมที่ให้แขกที่เข้าพักสนุกกับวิถีเกษตร ตื่นเช้ามาไม่อยากออกไปไหนไกลๆ ก็ลงแปลงเกษตรได้เลย จะได้รู้ว่าของอร่อยที่กินอย่างสบายใจนั้นเป็นออร์แกนิคแท้ๆ 

    และเพื่อให้เข้าถึงยิ่งขึ้นก็มีการเตรียมแปลงนาไว้ให้ได้ทดลองปักดำด้วย ย้ำว่าหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินจริงจังเพราะไม่ใช้อุปกรณ์ทันสมัยใดๆ วางสมาร์ทโฟนที่พากันเดินจับโปเกม่อนไว้ก่อนแล้วมาสัมผัสดินโคลนนุ่มๆ ดูสิได้ความรู้สึกใหม่ ซึ่งแปลงนาของโรงแรมกินเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ปลูกข้าว 3 สายพันธุ์มีไรท์เบอรี่, ข้าวเหนียวลืมผัว และข้าวหอมมะลิ พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวก็ใช้แรงคนเช่นเคย เก็บไว้เป็นข้าวเปลือกแล้วสีเองจากโรงสีเล็กๆ ไว้บริโภคในโรงแรม สำคัญว่าแรงงานพื้นที่เกษตร รวมถึงพนักงานแผนกต่างๆ ส่วนใหญ่ใช้บริการคนในพื้นที่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกิจการกับชุมชน

เอาที่สบายใจ “เลย”

                                              เอนกายในห้องพักที่ตกแต่งตามหลักธรรมะ

     นี่แค่ตัวอย่างชีวิตช้าๆ และคงไม่ต้องบอกว่าภูเรือมีอะไรน่าเที่ยว ของเขาขึ้นชื่ออยู่แล้วทั้งป่าเขา ล่องแพห้วยกระทิง ล่องแก่งน้ำสาน รวมถึงแหล่งศึกษาศิลปวัฒนธรรมอย่างพระธาตุศรีสองรัก วัดเนรมิตวิปัสนา วัดป่าห้วยลาด วัดสมเด็จมิ่งเมือง ฯลฯ ใครสะดวกแบบนี้ก็เอาที่สบายใจเลย....