
ระวัง!โรคระบาดปลา ประมงแจงวิธีรับมือ เปิดสายรับเรื่อง!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
จากพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่าในช่วงตั้งแต่วันที่ 23 -27 สิงหาคม 2559 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงขอให้ประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ช่วงนี้ที่ประเทศไทยเริ่มย่างเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุม และมีคำประกาศแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาทั้งในเรื่องของปริมาณฝนที่ตกหนักและสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้คุณภาพน้ำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งอุณหภูมิของน้ำที่แตกต่างกันมากในรอบวัน ความเป็นกรดเป็นด่าง ความขุ่นของน้ำ เหตุนี้ส่งผลทำให้ปลาอ่อนแอ ป่วยและติดโรคตายได้ง่าย ดังนั้น เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นขอแนะนำให้เกษตรกรเตรียมการป้องกัน ดังนี้
ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด
1.เมื่ออากาศมืดครึ้มยาวนาน 2-3 วัน หรือหลังฝนหยุดตก ควรเปิดเครื่องตีน้ำ เพื่อคลุกเคล้าน้ำฝนกับน้ำในบ่อให้เข้ากัน ป้องกันการแบ่งชั้นน้ำ
2.เมื่อฝนตกหนักทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลง ปลาจะลดการกินอาหาร ดังนั้น ควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลง หรืองดอาหารในวันที่ฝนตกหนัก
3.ควรโรยปูนขาวรอบคันบ่อ ประมาณ 30-50 กิโลกรัมต่อบ่อขนาด 1 ไร่ เมื่อฝนตกจะช่วยปรับ pH น้ำได้ดีขึ้น
4.สาดเกลือแกงลงในบ่อ หลังฝนตก ประมาณ 60-100 กิโลกรัมต่อไร่ จะช่วยลดพิษของแอมโมเนีย และช่วยรักษาสมดุลภายในร่างกายของปลา
5.หากจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์น้ำ ควรปล่อยในอัตราที่หนาแน่นน้อยกว่าปกติ
6.เมื่อปลาแสดงอาการผิดปกติ อาจจะผสมยาในอาหารให้ปลากิน แต่ควรปฏิบัติตามฉลาก ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด หรือปรึกษา ศูนย์วิจัยหรือสำนักงานประมงจังหวัดใกล้บ้าน
ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
สำหรับในช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูมรสุมของภาคใต้ ช่วงนี้ฝนตกชุก ความเค็มก็จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลาในกระชังต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากความต้านทานเชื้อของปลาจะลดน้อยลง เนื่องจากเกิดโรคปรสิตและการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำอย่างเฉียบพลันหลังฝนตก โรคตายด่วน (EMS) โรคตัวแดงดวงขาว ที่มักแพร่ระบาดและเติบโตอย่างรวดเร็วช่วงนี้
ฉะนั้น ช่วงที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูง เกษตรกรจะต้องเลื่อนระดับกระชังให้สูงขึ้น ป้องกันไม่ให้ปลาหลุดลอดไปข้างนอกได้ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ทางกรมประมงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบและเฝ้าระวังในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ หากพบว่าคุณภาพน้ำเสี่ยงต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำให้รีบดำเนินการแจ้งเตือนให้ทางเกษตรกรในพื้นที่ทราบโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ด้านความเสียหายของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 2559 เมื่อวันที่ 12 ถึง 16 สิงหาคม 2559 (ข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2559) พบว่าเกษตรกรชาวประมงผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดินและกระชังได้รับความเสียหายในพื้นที่ 6 จังหวัด 15 อำเภอ ได้แก่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ขอนแก่น เชียงราย และแพร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 1,261 ราย มูลค่าความเสียหาย 5,623,243.75 บาท ซึ่งขณะนี้กรมประมงอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพื่อประมาณการวงเงินในการให้ความช่วยเหลือกับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนต่อไป
สำหรับเกษตรกรท่านใดที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่กรมประมงที่สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์ฯ หรือ สถานีฯ ประมงที่ใกล้เคียง หรือ สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำจืด โทร. 0-2579-4122 หรือ สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่ง โทร 0-7433-4516-8



