
“พิชัย”เล็งโค้ชคิวบา ปลุกชีพกำปั้นไทย
“บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมฯ เล็งดึงยอดโค้ชชาวคิวบามาพัฒนานักมวยไทยทั้งระบบ หวังสร้างชื่อเสียงอีก 4 ปีข้างหน้า ด้าน 5 กำปั้นชุดริโอเกมส์ รับเงินอัดฉีด
ความเคลื่อนไหวทัพมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย หลังพลาดท่าไม่มีเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล กลับบ้าน ถือว่า เป็นความล้มเหลวครั้งแรกในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 21 ปี 1976 หลัง พเยาว์ พูนธรัตน์ คว้าเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์แรกกลับมา ที่แคนาดา ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ณ สนามม้านางเลิ้ง “บิ๊กบางจาก” นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย “บิ๊กชาย” นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคฯ ร่วมเป็นประธานงานเลี้ยงให้กับทีมมวยสากลชุดริโอเกมส์ ประกอบด้วย “เจ้าเพชร” อำนาจ รื่นเริง, “เจ้าเอ็ม” วุฒิชัย มาสุข, “เจ้าสด” ฉัตร์ชัย บุตรดี, “เจ้าลม” สายลม อาดี, และ “น้องแสบ” เปี่ยมวิไล เล่าเปี่ยม รวมไปถึงคู่ซ้อมและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทั้งหมดกว่า 10 ชีวิต พร้อมกันนี้ทางด้าน เสรี วิริยะสกุลธรณ์ ผู้จัดการทีมชาติไทยชุดโอลิมปิก ได้มอบเงินอัดฉีดส่วนตัวให้กับ 5 นักชก คนละ 1 แสนบาท รวมเป็นเงิน 5 แสนบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ 5 นักชกรับเงินส่วนตัวคนละ 2 ล้านบาทรวมเป็น 10 ล้านบาท จาก นายพิชัย ไปแล้ว
ทั้งนี้ นายพิชัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานักมวยทุกคนรวมไปถึงทีมงานสตาฟฟ์โค้ชได้ทุ่มเทเสียสละในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่แล้ว แม้ว่า โอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้จะไม่มีเหรียญรางวัลกลับมาก็ตาม แต่คณะกรรมการบริหารสมาคมฯทุกคนรู้ดีว่า ทุกคนเหน็ดเหนื่อยและทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ ซึ่งผลการตัดสินจากกรรมการถือว่า เป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก แน่นอนว่า คงไม่มีใครอยากเห็นนักชกของตัวเองพ่ายแพ้กลับมา มันมีความเจ็บปวดและทรมานจิตใจไม่น้อยไปกว่าตัวนักกีฬาเลย เช่นเดียวกับความรู้สึกในครั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะนายกสมาคมฯต้องขอโทษแฟนกีฬาและแฟนหมัดมวยทั้งประเทศ ที่ไม่สามารถนำความสำเร็จกลับมาได้ ทั้งที่จริงตัวนักกีฬาเองพร้อมด้วยทีมงานตลอดจนผู้บริหารฝ่ายต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทุ่มเทกันอย่างสุดกำลังแล้ว ถือว่า เป็นบทเรียนราคาแพงที่พวกเราทุกคนจะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้
โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนใหม่ เพื่อต้องการให้นักชกไทยมีสไตร์การออกอาวุธที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการศึกษารายละเอียดว่า ต่อยอย่างไรจะได้คะแนน ตลอดจนวิธีการป้องกันตัวในรูปแบบต่างๆ เรื่องนี้ถือว่า สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาจะเห็นว่า ต่อให้นักชกของเราออกหมัดเข้าเป้าเต็มที่แล้ว แต่ถ้ามันไม่จะแจ้งหรือมีน้ำหนักหมัดที่ดีพอก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจากนี้ไปต้องศึกษารายละเอียดเรื่้องดังกล่าวให้ถี่ถ้วนครบด้าน ส่วนการเฟ้นหาเฮดโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาทำทีมนั้น เวลานี้มองไปที่ประเทศคิวบา เพราะเป็นชาติมหาอำนาจในกีฬาชนิดนี้มาช้านาน อีกทั้งเรื่้องของประสบการณ์และเทคนิคต่างๆน่าจะมาช่วยพัฒนานักชกไทยให้ดีขึ้นทั้งระบบ ซึ่งเวลานี้ยังไม่อยากระบุชื่อว่า เป็นใคร หรือ ชื่ออะไร เพราะขั้นตอนกำลังอยู่ในช่วงการเจรจา โดยเฉพาะค่าเหนื่อยแต่ละเดือนที่เขาจะได้รับ รวมไปถึงสวัสดิการต่างๆที่สมาคมต้องดูแล
“งานเลี้ยงนักมวยในวันนี้แม้จะเป็นแบบภายในไม่ยิ่งใหญ่เหมือนสมาคมกีฬาอื่นที่ประสบความสำเร็จ แต่ผู้บริหารทุกคนตั้งใจและต้องการตอบแทนความเหนื่อยยากของนักกีฬาและทีมงานทั้งหดในความเสียสละช่วงนับปีที่ผ่านมา จากนี้ไปจุดบกพร่องต่างๆที่เราเห็นจะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เพื่อต้องการสร้างความสำเร็จในโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว ญี่ปุ่น” นายพอชัย กล่าวทิ้งท้าย



