ข่าว

25 ของอร่อยท้องถิ่นต้องห้ามพลาด

25 ของอร่อยท้องถิ่นต้องห้ามพลาด

22 ส.ค. 2559

ททท.เปิดตัวโครงการ “สุขใจชวนกิน อาหารถิ่นต้องห้ามพลาด” ชูอาหารไทยในท้องถิ่นหวังเสริมกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

 

25 ของอร่อยท้องถิ่นต้องห้ามพลาด

         อาหารไทยนอกจากเมนูชื่อกระฉ่อนโลกจำพวก แกงเขียวหวาน ผัดไทย หรือมัสมั่น อาหารพื้นถิ่นก็สร้างชื่อไม่น้อย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงชูอาหารไทยในท้องถิ่นหวังเสริมกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการเปิดตัวโครงการเสริมสร้างมาตรฐานอาหารถิ่น “สุขใจชวนกิน อาหารถิ่นต้องห้ามพลาด” เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวได้เลือกรับประทานอาหารไทยประจำภาคและอาหารไทยยอดนิยม ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นมีรสชาติอร่อยและสะอาดถูกสุขอนามัย

25 ของอร่อยท้องถิ่นต้องห้ามพลาด

ยุทธศักดิ์ สุภสร (ที่ 3 จากซ้าย) นำแถลงข่าว

      ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการนี้ได้นำพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่นิยมรับประทานอาหารในท้องถิ่นเมื่อไปเยือนยังสถานที่ต่างๆ จึงหยิบยกรายการอาหารท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคมาเป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยคัดเลือก 25 เมนูจาก 5 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ได้แก่ ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงฮังเล ลาบคั่ว น้ำพริกหนุ่ม และไส้อั่ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ซุบหน่อไม้ ไส้กรอกอีสาน แกงอ่อม ลาบเป็ด ไก่ย่าง ภาคกลาง ได้แก่ น้ำพริกกะปิ หลน ปลาดุกผัดเผ็ด แกงฉู่ฉี่ แกงคั่ว ภาคตะวันออก ได้แก่ หมูชะมวง ไก่บ้านต้มระกำ ปลากะพงทอดน้ำปลา เส้นจันท์ผัดปู น้ำพริกไข่ปู และภาคใต้ ได้แก่ แกงส้ม (แกงเหลือง) แกงไตปลา คั่วกลิ้ง ผัดสะตอ น้ำพริกกุ้งเสียบ 

25 ของอร่อยท้องถิ่นต้องห้ามพลาด

 

            “นอกจากนี้ เรายังได้คัดเลือกอีก 6 เมนู ซึ่งเป็นอาหารไทยยอดนิยมจากโครงการอะเมซิ่ง ไทย เทสต์ ได้แก่ ผัดไทย ต้มข่าไก่ ต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น ส้มตำ และแกงเขียวหวาน โดย ททท. จะมอบตราสัญลักษณ์ “สุขใจชวนกิน อาหารถิ่นต้องห้ามพลาด” ให้แก่ร้านอาหารที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และความสะอาด เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นได้ใจว่าอร่อย รสชาติแบบดั้งเดิม และถูกสุขลักษณะ ทั้งนี้ ได้กำหนดพื้นที่ในการดำเนินโครงการไว้ 29 จังหวัด แบ่งเป็นเมนูอาหารท้องถิ่น 5 ภาค ดำเนินการในพื้นที่ “12 เมืองต้องห้าม ... พลาด” และ “12 เมืองต้องห้าม ... พลาดพลัส” รวม 24 จังหวัด ในส่วนของเมนูอาหารไทยยอดนิยมนั้น ดำเนินการใน 5 จังหวัดหลักทางการท่องเที่ยว ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต ชลบุรี และกรุงเทพฯ” ผู้ว่า ททท. แจกแจง

        ด้าน ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้พิจารณาร่วมกับ ททท. ในการแต่งตั้งคณะกรรมการตัดสิน โดยแบ่งออกเป็นคณะกรรมการส่วนกลาง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 คน อาทิ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท., สุนทรีย์ เกตุคง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และประชาสัมพันธ์ สถาบันอาหาร,  เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ด้านอาหารไทย เป็นต้น ตรวจร้านอาหารในพื้นที่โครงการ เพื่อตัดสินอาหารท้องถิ่น โดยเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจาก 5 หัวข้อ คือ สุขอนามัยและความปลอดภัย, คุณค่าวัตถุดิบท้องถิ่นไทย, รสชาติ, เนื้อสัมผัส และการนำเสนออาหาร ซึ่งร้านอาหารที่ผ่านการตัดสินจะได้รับใบรับรองมาตรฐานอาหารจาก ททท. ตุ๊กตาน้องสุขใจ พร้อมสติกเกอร์ตราสัญลักษณ์โครงการ

          เชฟกระทะเหล็ก เชฟชุมพล แจ้งไพร หนึ่งในคณะกรรมการและที่ปรึกษาโครงการ เสริมว่า อาหารถิ่นจะมีเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป เพราะอาหาร 1 จานต้องมีองค์ประกอบที่สมดุล ทั้งคุณภาพของวัตถุดิบ รสชาติแบบไทยแท้ดั้งเดิม ความสะอาดในการประกอบอาหาร การเลือกภาชนะใส่อาหาร การจัดวางและตกแต่ง ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้อาหารถิ่นน่ารับประทานและเพิ่มมูลค่าได้ ซึ่งคณะกรรมการจะให้ความสำคัญในทุกอย่าง เพื่อให้ตราสัญลักษณ์สุขใจชวนกินฯ เป็นเครื่องหมายที่นักท่องเที่ยวสามารถวางใจถึงคุณภาพของอาหารถิ่นได้อย่างแท้จริง

 

25 ของอร่อยท้องถิ่นต้องห้ามพลาด

           ทั้งนี้ คณะกรรมการจะเริ่มลงพื้นที่พิจารณาตัดสินอาหารทั้ง 31 เมนู 29 จังหวัด ในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ ประกาศผลการตัดสินและมอบประกาศนียบัตรในเดือนตุลาคม คาดว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว ได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นผ่านอาหารประจำภาคที่มีรสชาติอร่อยแบบดั้งเดิมและปลอดภัย...