
“ถังบำบัดน้ำเสีย”โรงงานระเบิดไฟลุกไหม้
แตกตื่น ถังบำบัดน้ำเสีย "โรงงานพีทีที ฟินอล" มาบตาพุด ระเบิดมีเปลวไฟลุกไหม้ ทางโรงงานได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเตรียมอพยพคนงาน จนท.ระดมฉีดน้ำประมาณ 10 นาทีเพลิงจึงสงบ
เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 22 ส.ค.59 ได้เกิดเหตุระเบิดของถังบำบัดน้ำเสียขนาด กว้าง 8 เมตร สูง 10 เมตร ภายในโรงงาน พีทีที ฟีนอล ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ถนน จี 9 เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เกิดปฎิริกิยาทางเคมีในถังบำบัดทำให้เกิดระเบิดเสียงดัง มีเปลวไฟลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของโรงงานเข้าควบคุมสถานการณ์ ทางโรงงานได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเตรียมอพยพคนงาน หน่วยดับเพลิงได้ระดมฉีดน้ำ ประมาณ 10 นาที เพลิงจึงสงบ จึงยกเลิกภาวะฉุกเฉิน
ขณะนี้ก็ยังใช้สเปร์ยน้ำหล่อเย็นไว้ เพื่อคุมความร้อนไม่ใช้เกิดระเบิดซ้ำ จากการระเบิดดังกล่าว ทำให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียงตื่นตกใจ เตรียมจะอพยพ ไม่นานเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่วนสาเหตุทางโรงงานกำลังตรวจสอบว่า เกิดจากสาเหตุใด
นายสมโชค ใจตั้ง ชาวบ้านชุมชนหนองแฟบ บอกว่า บ้านอยู่ติดกับรั้วของโรงงาน ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น หนึ่งครั้ง จึงรีบออกมาแล้วมองไปที่โรงงาน พบว่า มีเปลวไฟเกิดขึ้น จึงหวาดกลัวต้องพากันออกมาจากบ้าน อยู่กลางถนน เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่อย่างไร
นายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานชุมชนหนองแฟบ บอกว่า ขณะเกิดเหตุ มี ข้อความจากศูนย์ความปลอดภัยนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แจ้งมาว่า ประกาศภาวะฉุกเฉิน จึงตื่น และโทรศัพท์ติดตามสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้น ก็ออกจากบ้านมาเพื่อ สอบถามชาวบ้านว่า มีผลกระทบอะไรหรือไม่ เพราะมีเสียงดังมาจากโรงงาน แต่ไม่นานก็มีข้อความมาอีกว่า ยกเลิกภาวะฉุกเฉินแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นก็ยังไม่พบว่ามีผลกระทบอะไร นอกจากชาวบ้านตื่นตกใจที่มีเสียงดัง
กระทั่งเมื่อเวลา 07.30 น. นายพรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์ ผอ.ควบคุมภาวะฉุกเฉิน บริษัท พีทีที ฟีนอล ได้ออกแถลงข่าวพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเวลา 04.00 น. กับอุปกรณ์ที่เรียกว่า เป็นถังแยกระหว่างน้ำมันกับน้ำ เราก็เลยออกไปดูก็พบตัวเกิดเหตุการณ์ที่บนหัวถังเกิดลุกติดไฟ จึงได้ดำเนินการประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วก็เข้าดำเนินการระงับเหตุ สามารถระงับเหตุได้ทั้งหมดตามภาวะฉุกเฉินของบริษัท สามารถดับไฟได้ในเวลา 4.13 น. ตอนนี้เหตุการณ์ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ทั้งหมดแล้ว
ส่วนผลกระทบกับชุมชน ขณะเกิดเหตุได้ส่งทีมออกไปสำรวจ ไม่ผลกระทบเรื่องของกลิ่น ส่วนน้ำที่ใช้ในการดับเพลิงก็เก็บกักไว้ในบริษัทเรียบร้อยไม่มีปล่อยออกภายนอก โดยขณะเกิดเหตุ มีเสียงดัง เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนเปลวไฟที่เห็นคือไฟที่ลุกติดตัวถังในขณะเกิดเหตุ และระงับเหตุได้ในเวลา 10 นาที จึงประกาศยกเลิกสภาวะฉุกเฉิน จากนี้ก็จะเข้าอยู่ในระหว่างการเข้าไปสำรวจความเสียหายแล้วก็ดูเรื่องสาเหตุที่มันเกิดขึ้น รวมถึงการลงไปพื้นที่ชุมชนเพื่อดูผลกระทบ แต่ตอนนี้ได้รับข้อมูลไม่มีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้น
สำหรับตัวถังที่ระเบิด เป็นถังที่แยกน้ำมันกับน้ำ ในน้ำมันส่วนหนึ่งประกอบด้วยตัวทำละลายที่เหมือนกับการผสมในน้ำยาทาเล็บ ตัวฟีนอลผลิต Bis-Phenol A เพื่อนำไปผลิตเม็ดพลาสติกชนิดหนึ่ง เพื่อทำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและกระจก
โดยถังที่ไหม้คือ ถังที่แยกน้ำจากน้ำมันที่อยู่ในระบบบำบัดน้ำเสีย น้ำมันที่แยกแล้วเราก็จะเอามาใช้ในกระบวนการผลิตใหม่ ส่วนการตรวจสอบสาเหตุต้องใช้เวลา 3-5 วัน เพื่อตรวจสอบสาเหตุโดยละเอียด เบื้องต้น ได้หยุดเดินเครื่องโรงงานแบบปกติ จึงไม่มีผลกระทบกับการผลิตของโรงงาน ส่วนผู้บาดเจ็บมี 1 คนเป็นเจ้าหน้าที่ที่รีบเข้าไประงับและเกิดอาการตกใจ ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. ทางนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ได้เปิดแถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งโดยยืนยันว่า สถานการณ์ได้เข้าสู่สภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนงานต่างได้เข้าทำงานตามเวลาปกตินอกจากนี้ บริษัทได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในทันทีที่เกิดเหตุ ทั้งภายในและภายนอกโรงงาน บริเวณทิศทางใต้ลม ร่วมกับทีมสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (กนอ.) และในช่วงบ่ายวันนี้ได้ลงพื้นที่พบกับชาวบ้านภายในชุมชนหนองแฟบ ชุมชนมาบชลูด และชุมชนมาบชลูด-ชากกลาง เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมติดตามผลกระทบในทุกๆ ด้าน
สำหรับบริษัท พีทีที ฟีนอล ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2551 เคยเกิดเหตุท่อส่งสารคิวมีน ขนาด 6 นิ้วรั่วไหล ทำให้คนงานได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คนมาแล้ว โดยเกิดจากจุดรอยต่อของท่อโฟมดับเพลิงกับแท็งค์สารคิวมีนขณะทดลองเดินเครื่อง
ทั้งนี้ บริษัท พีทีที ฟีนอล จำกัด นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก(มาบตาพุด) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง หรือ PTT Phenol Co., Ltd. เป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจสายปิโตรเคมี โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2547 เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด(มหาชน) โดยโรงงานมีพื้นที่ 134 ไร่ และเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ดำเนินการผลิตสารฟีนอล และอะซีโทนอีกด้วย



