ข่าว

สาวเดอะวอยซ์ แจ้งจับอดีตแม่บ้านฉกสร้อยทองคำฝังเพชร

สาวเดอะวอยซ์ แจ้งจับอดีตแม่บ้านฉกสร้อยทองคำฝังเพชร

22 ส.ค. 2559

สาวเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ปี 2 โร่แจ้งตำรวจทองหล่อ ถูกอดีตแม่บ้านจอมแสบ ฉกสร้อยทองคำฝังเพชรและแหวนเพชร ตำรวจรวบได้ทันควัน พบของกลางถูกตึ้งอยู่ในโรงรับจำนำ

             เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 22 ส.ค.2559 พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วยพ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมน.ส.ทิวาพร  ป้องแก้ว อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 500 หมู่ 2 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำขาวฝังเพชร 1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำขาวฝังเพชร 1 เส้น แหวนเพชร 1 วง ตั๋วรับจำนำ จำนวน 2 ใบ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณกลางซอยนวลจิต แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา 

              ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา นางฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา อายุ 35 ปี หรือเมย์ ผู้เข้าการประกวดเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ปี 2 ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าถูกคนร้ายแอบลักลอบเข้ามาลักทรัพย์ของมีค่าภายในตู้นิรภัย ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องแต่งตัว บริเวณชั้น 3 ของบ้านเลขที่ 172 ซอยสุขุมวิท 31 แยก 2 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. โดยทรัพย์สินของมีค่าที่สูญหายไปนั้น ประกอบด้วยเครื่องประดับทองคำ น้ำหนักรวม 10 บาท สร้อยคอทองคำขาวฝังเพชร 1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำขาวฝังเพชร 1 เส้น และแหวนเพชร 1 วง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 625,500 บาท

 

             จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จึงร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมทั้งทำการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกจนทราบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ผู้เสียหายเคยว่าจ้างให้ น.ส.ทิวาพร มาทำงานเป็นผู้ช่วยแม่บ้าน โดยจ่ายค่าแรงแบบรายวัน ก่อนมีการเลิกจ้างไป จากนั้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ทราบว่าผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้ามาหานางฝนพา แต่ผู้เสียหายไม่อยู่ โดยพบเพียงแม่บ้านที่อยู่ประจำ แต่ระหว่างนั้นแม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ จึงไม่ได้สนใจแต่อย่างใด เนื่องจากคุ้นหน้ากันเป็นประจำ ก่อนทางผู้ต้องหาจะนั่งเล่นภายในบ้านซักพัก จากนั้นได้เดินทางกลับบ้านพักไปตามปกติ

              จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหายกำลังจะไปนำเครื่องประดับที่อยู่ภายในตู้เซฟนิรภัยมาสวมใส่ เพื่อจะออกไปงานเลี้ยงก็พบว่าได้สูญหายไป จึงเรียกแม่บ้านประจำมาสอบถามก่อนทราบข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 วัน น.ส.ทิวาพร อดีตรับจ้างแม่บ้านแบบรายวันได้เดินทางเข้ามาหา แต่ผู้เสียหายไม่อยู่ จึงพยายามโทรศัพท์ติดต่ออยู่หลายครั้ง เพื่อจะสอบถามข้อมูลแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงคาดว่ามีส่วนรู้เห็นจึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว 

              ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ สืบทราบว่า น.ส.ทิวาพร พักอาศัยอยู่บริเวณกลางซอยนวลจิต แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงนำกำลังไปติดตามตัว เพื่อเชิญตัวมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แสดงท่าทีมีพิรุธ และวิ่งหลบหนีไป จนกระทั่งสามารถสกัดจับเอาไว้ได้ ก่อนขยายผลพบตั๋วโรงรับจำนำ จำนวน 2 ใบ ซึ่งระบุข้อความรายการรับจำนำที่ทางผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม

              ด้านน.ส.ทิวาพร ให้การอ้างว่า ตนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอาศัยจังหวะที่แม่บ้านเผลอกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ได้แอบขึ้นไปนำทรัพย์สินของมีค่าทั้งหมด เพราะรู้ช่องทางเป็นอย่างดี เนื่องจากผู้เสียหายเคยว่าจ้างมาทำงาน ซึ่งภายหลังจากได้ทรัพย์สินของมีค่ามาทั้งหมด ได้นำเครื่องประดับทองคำขาวไปจำนำที่โรงรับจำนำชื่อประชานุเคราะห์ สาขา 2 ย่านคลองเตย ส่วนเครื่องประดับทอง ไปจำนำที่ห้างทองแสงทองใบ ย่านสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. รวม 2 ร้าน ได้เงินสดมาทั้งหมดเพียงแค่จำนวน  3,8000 บาท ส่วนเงินที่ได้มานั้น จะนำไปเที่ยวเตร่และใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจนกระทั่งมาถูกทางเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ดังกล่าว

             เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

              รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาเคยมีประวัติอาชญากรรมค้างเก่าในข้อหาลักทรัพย์ เมื่อปี 58 ที่ผ่านมา นอกจากนี้จะเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่า มีผู้ร่วมขบวนการหรือไม่ เนื่องจากเงินที่ได้มานั้น น้อยเกินจริงกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่ขโมยไป