ข่าว

คลังคุมเข้มธุรกรรมการเงินรูปแบบใหม่

คลังคุมเข้มธุรกรรมการเงินรูปแบบใหม่

22 ส.ค. 2559

คลังเกาะติดธุรกรรมการเงิน ห่วงมีการพัฒนารูปแบบใหม่เพียบ เตรียมจับมือทุกหน่วยงานคุมเข้ม หวั่นประชาชนรู้ไม่เท่าทันและสร้างปัญหาระบบการเงินของประเทศ

               นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกรรมการเงินมีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นที่ในอนาคตหน่วยงานภาคการเงินและการคลังจะต้องร่วมมือกันในการกำกับดูแลมากขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างเช่น กรณีของบริษัท ม่านฟ้า กรุ๊ป ที่มีการชักชวนให้ประชาชนลงทุนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในธุรกรรมใหม่ ซึ่งภาครัฐต้องเข้าไปดูแล เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนและนักลงทุน เพราะอาจสร้างปัญหาต่อภาพรวมการเงินของประเทศได้
               อย่างไรก็ตาม ภาครัฐจะส่งเสริมให้ประชาชนมีเงินออมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาตลาดทุน เพื่อให้มีการออมเงินในกองทุน ซึ่งจะส่งผลให้มีการลงทุนระยะยาวผ่านผู้ลงทุนสถาบันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาพรวมตลาดทุนมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น และลดความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน ตลอดจนมีผลต่อการพัฒนาตราสารรูปแบบใหม่ๆ
               นอกจากนี้ รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประชาชนวัยแรงงานทุกกลุ่มมีช่องทางการออมเพื่อการชราภาพเพิ่มขึ้นผ่านกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบ อายุ 15-60 ปี ได้แก่ ลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราว ส่วนราชการ พนักงานราชการ และพักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งสิ้น 14.17 ล้านคน โดยนายจ้างและลูกจ้างต้องส่งเงินเข้ากบช.ในอัตราที่เท่ากัน ซึ่งกองทุนกำหนดเริ่มดำเนินการในปี 2561 เป็นต้นไป เนื่องจากมีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
               “คาดว่าเงินออมที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ระดับเงินออมในประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.1 หมื่นล้านบาท และหากลูกจ้างสถานประกอบการทั้งหมดเข้า กบช. พร้อมกัน จะทำให้เงินออมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.8 หมื่นล้านบาท” นายกฤษฎากล่าว