
รวบมือยิง'เสี่ยตุ้ม'สารภาพค่าหัวเก้าหมื่นบ.
ตร.แกะรอย 3 เดือน ล่ามือยิงเสี่ยตุ้ม ก่อนรวบได้ที่โคราช แฉรับจ็อบเด็ดหัวเก้าหมื่นบาท
จากกรณีนายภาสพล หรือตุ้ม รัตนตยาธิคุณ อายุ 45 ปี นักธุรกิจหนุ่มนักเรียนนอกถูกยิงเสียชีวิตและทิ้งศพไว้ข้างถนนสายกาฬสินธุ์-สกลนคร บริเวณก่อนถึงจุดชมวิวผาเสวย 100 เมตร ต.ผาเสวยอ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.59 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามคดีและสามารถตามจับทีมอุ้มฆ่าที่ก่อเหตุทั้งหมดรวม 5 คน ประกอบด้วย 1.นายมนูญ หรือสิทธิ์ฐิคมน์ ภัทรเมธาพร อายุ 49 ปี อดีตนายทหารบกยศ พ.อ.2.นายกิตติภพ หรือเฉลา เครือไย อายุ 54 ปี อดีตนายทหารบกยศ ร.อ.3.จ.ส.อ.ชูชัย พิมพิทักษ์ อายุ 44 ปี 4.นายนำชัย บัวพัฒน์ หรือ นุต อายุ 45 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และ 5.นายวิรัช หรือ กอง รัตนตยาธิคุณ บิดาของนายภาสพลผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้จ้างวานฆ่าลูกชายตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ส.ค.59 ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทศพร จิเนราวัต ผกก.สภ.สมเด็จ นายเดชาพร จิตจักร ปลัดอำเภอสมเด็จ และทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายกันต์ธร กีรติกา อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/4 หมู่ที่ 14 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.237/2559 ลงวันที่ 14 ก.ค.59 ในคดีฆ่านายภาสพล
โดยเมื่อวันที่ 20 ส.ค.59 พ.ต.ท.ภูมรินทร์ ขามชู สารวัตรสืบสวน สภ.สมเด็จ ร.ต.อ.ณัฐพล บึงบัว ชุดสืบสวนเฉพาะกิจ สามารถติดตามจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิง นายภาสพล โดยมีค่าหัวเป็นเงิน 9 หมื่นบาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถยึดอาวุธปืน ขนาด 9 มม. และรถเก๋งนิสสัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ใช้ก่อเหตุ และยังมีบัตรราชการทหารที่ถูกทำปลอมขึ้น
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายกันต์ธร ผู้ต้องหาไปยังจุดเกิดเหตุ ใกล้กับจุดชมวิวผาเสวย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ต้องหาสารภาพว่า ตนเองได้เดินทางมาพร้อมกัน 6 คน รวมผู้ตายและคนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ได้นำตัวผู้ตายออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเดินทางมาด้วยรถเก๋ง ซึ่งตนเองได้รับการติดต่อจาก นายมนูญหรือเสธฯ นูญ และได้มารับตนที่ จ.ปทุมธานี ก่อนออกเดินทาง โดยไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร จากนั้นเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เสธฯ นูญ ได้ยื่นอาวุธปืนให้พร้อมขึ้นนกทันที เมื่อผู้ตายเดินลงไปปัสสาวะข้างทาง จึงได้เดินลงไปลั่นไกที่ด้านหลังจนเสียชีวิต จากนั้นก็ได้ผลักศพลงไปข้างทางแล้วรับเงินค่าจ้างและแยกย้ายกันหลบหนี
พล.ต.ต.อภิชิต กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นรายที่ 6 ซึ่งหลบหนีการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความพยายามในการแกะรอยจนสามารถจับกุมได้ ซึ่งในกลุ่มนี้ปกติจะมีอาชีพขับรถแท๊กซี่ และมีอาชีพรับจ้างทวงเงิน แต่ในกรณีนี้ผู้ต้องหาที่ลั่นไก อาจเป็นการรับจ๊อบ เมื่อมีคนจ้างทำงานก็ทำ ซึ่งต่อไปนี้ก็คงเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการทางศาล เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ส่งสำนวนไปยังอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็คงจะมีการส่งสำนวนเพิ่มเพื่อดำเนินการเอาผิดในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผูุ้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย



