
“น่าน”สถานการณ์น้ำคงที่พร้อมรับมือ24ชม.
พายุดีเปรสชั่น“เตี้ยนหมู่”อ่อนกำลัง สถานการณ์น้ำจ.น่านคงที่ ภาครัฐเร่งตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำฝนสะสมตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ส.ค.59 นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดว่า ในวันนี้สภาพอากาศปกติ ท้องฟ้าเปิด ประกอบกับมวลน้ำยังไม่เพิ่มไปจากเดิม ขณะที่ผลกระทบที่ได้รับจากมวลน้ำมหาศาลนั้น พบว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. บริเวณสะพานบ้านน้ำตวง ฝั่งทางบ้านสว่าง ต.หนองแดง อ.แม่จริม จ.น่าน ได้รับความเสียหาย แรงน้ำกัดเสาะฐานรากของสะพาน ทำให้ตัวสะพานแยกออกจากกันประมาณ 1 เมตร แต่จากการสำรวจสะพาน ยังสามารถใช้การได้อยู่ ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลหนองแดง อ.แม่จริม จ.น่านได้เข้าไปซ่อมแซมให้ชาวบ้านสามารถสัญจรไปมาได้ แต่ยังไม่ถึงกับสมบูรณ์ เนื่องจากต้องรอให้สถานการณ์น้ำสงบลงเสียก่อน
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าของวานนี้เวลาประมาณ 08.50 น. รับแจ้งจากสำนักงานฝ่ายปกครอง พบว่า สะพานสบบั่ว บริเวณ กม.11+560 ในทางหลวงหมายเลข 1170 ตอน ท่าวังผา- ดอนมูล น้ำกัดเซาะคอสะพานเป็นร่องลึก ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และล่าสุดให้ประชาชนสัญจรไปมาได้แล้ว แต่ห้ามนำรถยนต์ผ่าน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการทรุดตัว
นายวุฒิชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์แม่น้ำน่านล่าสุด จากการตรวจวัดระดับน้ำที่สะพานข้ามแม่น้ำน่าน ต.ส้าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พบว่าสถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับวิกฤติอย่างต่อเนื่อง เพราะน้ำน่านจะต้องไหลผ่านเส้นทางตามธรรมชาติอยู่แล้ว โดยจากการวัดระดับแม่น้ำน่านบริเวณ สถานีวัดน้ำ N64 บ้านผาขวาง อ.เมือง จ.น่าน ระดับความสูง 7.12 เมตร และความเร็ว 745.6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าเป็นระดับที่น่ากลัว แต่เชื่อมั่นว่า หน่วยงานของภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง
โดยทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐให้มีการเตรียมตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการหน่วยพลังทหาร หน่วยสภากาชาดไทย ประกอบกับปัจจุบันจากการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมพบว่า มีเพียงพืชไร่และพืชผลทางการเกษตรเท่านั้นที่เสียหาย ขณะที่รายงานน้ำท่วมขังบ้านเรือนของประชาชนยังไม่พบถึงปัญหา
ขณะที่ประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุฯ ระบุว่า พายุดีเปรสชั่น“เตี้ยนหมู่” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์และตาก และขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย



