
จับหนุ่มผลิตสื่อทีวีตกอับ จี้แบงก์หาเงินใช้หนี้ิ
“ศานิตย์” แถลงจับหนุ่มเจ้าของธุรกิจผลิตสื่อทีวีตกอับ จี้แบงก์ธนชาตใช้หนี้ญาติ-คนสนิท ชี้คนรับเงินส่อโดนข้อหารับของโจร
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายชายอายุ 25-30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. ใส่แว่นตาดำ สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบ แต่งกายชุดสีกรมท่า บุกเดี่ยวเข้าชิงทรัพย์ธนาคารธนชาต สาขาคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. โดยใช้ปืนจี้พนักงานที่เคาท์เตอร์ ก่อนกระโดดข้ามเคาท์เตอร์กวาดธนบัตรชนิด 1 พันบาท 4 มัด ซึ่งอยู่ในลิ้นชักก่อนนำใส่ถุงรวมเงินสดทั้งสิ้น 439,000 บาท โดยใช้เวลาก่อเหตุแค่ 1 นาที จากนั้นวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.15 น. วันที่ 11 สิงหาคม
พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 และฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย นำกำลังเข้าจับกุมนายกำพล หรือหนู รุจิวิภูษณะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/5 ตรอกวิสูตร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 19 สิงหาคม 59 ในข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำด้วยประการใด เพื่อไม่ให้เห็นหน้าหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” โดยจับตัวได้ที่ห้องพักเลขที่ 904/81 บ้านนวธาราคอนโด ถนนเกษตร-นวมินทร์ เขตบึงกุ่ม เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา
ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่สน.โชคชัย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย และตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.โชคชัย แถลงผลการจับกุม นายกำพล รุจิวิภูษณะ พร้อมของกลางสิ่งเทียมอาวุธปืน (บีบีกัน) แบบออโตเมติก สีดำ 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ สีเทา 1 ใบ ผ้าปิดปากสีขาว 1 ผืน เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว 1 ตัว กางเกงขายาว สีกากี 1 ตัว เสื้อแจ็กเก็ต สีน้ำเงิน 1 ตัว เสื้อแจ็กเก็ต สีน้ำเงินแถบดำ 1 ตัว รองเท้าผ้าใบกีฬา สีขาว-แดง 1 คู่ ถุงหิ้วพลาสติก สีขาว 1 ใบ รถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กร 5048 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊ก สีดำ-แดง ทะเบียน ฬฉล 385 กรุงเทพมหานคร และเงินสด 17,000 บาท
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดกระทั่งพบคนร้ายขี่จยย.คันดังกล่าว เข้ามาจอดทิ้งไว้ที่ชั้นใต้ถุนอาคารเอ ดุลิยาอพาร์ตเมนท์ ตั้งอยู่ในซอยนาคนิวาส 37 แขวงและเขตลาดพร้าว ก่อนสับเปลี่ยนใช้รถยนต์คันดังกล่าวพร้อมทั้งนำของกลางทั้งหมดขับมุ่งหน้าหลบหนีไปที่อาคาร อี นวธาราคอนโดมิเนียม ซอยประเสริฐมนูกิจ 33 ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบกระทั่งพบชายซึ่งมีรูปพรรณสัญฐานคล้ายบุคคลที่ปรากฏภายในภาพจากกล้องวงจรปิดกำลังเดินมาที่จยย.ของกลาง จึงแสดงตัวพร้อมหมายศาลขอเข้าตรวจค้นก่อนผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง ก่อนพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในห้องพักของคอนโดดังกล่าว กระทั่งพบของกลางทั้งหมดจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 54 ที่ผ่านมา ได้เปิดบริษัทโปรดั๊กส์ชั่น ซึ่งรับทำผลิตรายการโทรทัศน์ จนกระทั่งเมื่อปี 58 เกิดภาวะไม่มีผู้ว่าจ้างผลิตรายการจนประสบปัญหาด้านการเงิน จากนั้นจึงตัดสินใจยืมเงินจากญาติและเพื่อนสนิทเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมทั้งใช้หนี้สินที่ติดค้างอยู่จำนวนหลายแสนบาท เมื่อถูกทวงถามจากผู้ให้ยืมเงินกลับหามาคืนให้ไม่ได้ จึงคิดวางแผน 1 เดือน เพื่อชิงทรัพย์ธนาคาร เพื่อนำเงินมาชำระหนี้สินให้ผู้กู้ยืมรวมทั้งสิ้น 18 ราย ซึ่งหลังก่อเหตุได้นำเงินที่ชิงทรัพย์มาไปชำระหนี้ 369,000 บาท กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนั้น ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูลแม้แต่อย่างใด นอกจากนี้่ตำรวจจะเชิญตัวบุคคลที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าโอนเงินไปใช้หนี้มาสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากเงินทั้งหมดเป็นการกระทำความผิดพร้อมทั้งให้นำเงินที่ผู้ต้องหาโอนไปมาแสดงต่อทางเจ้าหน้าที่ เพื่อหาแนวทางการสืบสวนสอบสวนว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเรื่องรับของโจร รวมทั้งรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ นอกจากนี้ผู้ต้องหารับว่าเงินทั้งหมดที่ชิงทรัพย์มานั้นมีเพียงแค่ 369,000 บาท และนำไปใช้หนี้ี่เรียบร้อยแล้ว โดยธนาคารได้แจ้งหายไว้ใน 439,000 บาท ส่วนเงินที่หายไป 7 หมื่นบาท เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อสรุปข้อเท็จจริงต่อไป



