ข่าว

น่านเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำรอบใหม่

น่านเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำรอบใหม่

20 ส.ค. 2559

จังหวัดน่านแจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำรอบใหม่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

 

         20 ส.ค.59 นายณรงค์ อินโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า หลังจากที่ฝนตกหนักในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านเริ่มกลับสูงขึ้นอีกครั้ง และไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของประชาชนบางส่วน นอกจากนั้นปริมาณน้ำที่ไหลมาค่อนข้างแรง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมีน้ำท่วมในพื้นที่ ทำให้ดินเกิดความชุ่มน้ำ ทำให้คอสะพานที่บ้านน้ำตวง เชื่อมต่อกับบ้านสว่าง ต.หนองแดง อ.แม่จริม จ.น่าน จนขาด ประชาชนไม่สามารถเดินทางผ่านเข้าออกบริเวณดังกล่าวได้

         ขณะนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้เริ่มดำเนินการซ่อมแซมเพื่อให้ประสามารถสามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวก ด้วยการนำสะพานแบริ่งเข้าไปใช้เป็นการชั่วคราว คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันนี้ ส่วนสะพานที่ขาดจะดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมต่อไป

         สำหรับจุดที่เกิดดินสไลด์ บริเวณทางหลวงหมายเลข 1081 กิโลเมตรที่ 62.415 บ้านห้วยวิน ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ระยะทางประมาณ 10 เมตร ปิดช่องทางการจราจร 1 ช่องทาง เมื่อช่วงเวลาประมาณ 08.30 น.ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการเปิดช่องทางจราจรได้ตามปกติแล้ว

         อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้ออกประกาศเตือนประชาชนอีกครั้งเพื่อให้เตรียมพร้อมรับน้ำท่วม และไม่ประมาท และให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเตรียมพร้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมไปแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าสถานการณ์จะเหมือนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ชลประทานได้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด

         สำหรับระดับที่บ้าน ผางขวาง อ.เมือง เมื่อเวลา 10.00 น. อยู่ที่ 6.63 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 681.09 ลบ.ม./วินาที และที่บริเวณสำนักงานป่าไม้เขต อ.เมือง อยู่ที่ 6.65 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,152 ลบ.ม./วินาที ซึ่งทั้ง 2 จุด ยังอยู่ในระดับปกติ แต่มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

 

มวลน้ำก้อนแรกไหลผ่านสุโขทัยแล้ว

 

         20 ส.ค. นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ในภาพรวมสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมเริ่มที่จะลดปริมาณลงอย่างต่อเนื่องอย่างช้าๆ เนื่องจากต้องรักษาระดับน้ำเพื่อให้ไหลลงสู่ด้านล่างตามแผน และต้องการผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ รวมทั้ง ผันเข้ากักเก็บไว้ตามลำน้ำ ลำคลองสาธารณะไว้ให้ได้มากที่สุด ขณะนี้มวลน้ำที่รับมาจากจังหวัดแพร่เริ่มไหลลงไปสู่ด้านล่างตามแผนบริหารจัดการ คาดว่าจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยเหมือนในช่วงที่ผ่านมาอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามได้ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ขนของขึ้นไว้บนที่สูงเพื่อความไม่ประมาท พร้อมทั้งเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนที่เริ่มตกหนักอีกครั้งทางตอนบน ที่คาดว่าจะเข้ามาสมทบภายในสัปดาห์หน้านี้

         นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ระดับน้ำในลำน้ำยมเริ่มลดลงแล้ว ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ในเกณฑ์ปกติเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หลังจากในช่วงกลางคืนที่ผ่านมาปริมาณน้ำไหลผ่านบริเวณตัวเมืองสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที และระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 6.50 เมตร ขณะนี้ได้ลดลงเหลือ 6.10 เมตร ซึ่งระดับวิกฤติอยู่ที่7.30 เมตร ส่วนปริมาณน้ำที่ อ.ศรีสัชนาลัย เป็นพื้นที่ติดต่อกับ อ.วังชิ้ จ.แพร่ ปริมาณน้ำไหลผ่านเหลือประมาณ 200 ลบ.ม./วินาที เชื่อว่าน้ำที่ไหลมาจากแพร่เริ่มหมดแล้ว และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะนี้นำส่วนใหญ่เริ่มเข้ามาสู่อำเภอเมือง สุโขทัย และจะไหลสู่ จ.พิษณุโลก

         สำหรับสาเหตุที่ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน อ.เมืองสุโขทัย ปรับตัวลดลงอย่างช้าๆ เนื่องจากต้องการให้รักษาระดับน้ำไม่ให้ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันตลิ่งทรุดพังลงไปตามน้ำ และต้องการหน่วงน้ำผันเข้าทุ่งทะเลหลวง กักเก็บไว้ในช่วงช่วงฤดูแล้ง ซึ่งบริเวณทุ่งทะเลหลงจะสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 32 ล้าน ลบ.ม. แต่ปัจจุบันมีน้ำอยู่เพียง 10 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น 

         โดยแผนการบริหารจัดการจะผันน้ำเข้าไปเก็บประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. สำหรับน้ำที่รั่วใต้ Big Bag บริเวณเขตเทศบาลเมือง เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการแก้ไขในทันที่ โดยการน้ำกระสอบทรายขนาดเล็กมาปิดกั้นอีกชั้นหนึ่ง พร้อมทั้งสูบน้ำที่ไหลเข้ามาออกอย่างรวดเร็วทันที จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางเศรษฐกิจของเมืองสุโขทัย

         ส่วนปริมาณมวลน้ำก้อนใหม่ที่จะเข้ามานั้น หลังจากที่มีฝนตกหนักที่จังหวัดพะเยาปริมาณฝน 100 มล.ม. ขณะนี้กำลังติดตามปริมาณน้ำที่จะเข้ามาว่ามีปริมาณมากน้อยขนาดไหน แต่เชื่อว่าน่าจะน้อยกว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบในพื้นที่ของสุโขทัยซึ่งสามารถจะรับมือได้ โดยการบูรณาการวางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างเป็นระบบ