ข่าว

ลงใต้ปักป้ายยึดคืนที่ดิน"กระบี่-สุราษฎร์ฯ"เกือบ2หมื่นไร่

ลงใต้ปักป้ายยึดคืนที่ดิน"กระบี่-สุราษฎร์ฯ"เกือบ2หมื่นไร่

20 ส.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

 

ลงใต้ปักป้ายยึดคืนที่ดิน"กระบี่-สุราษฎร์ฯ"เกือบ2หมื่นไร่

เยี่ยมชมธนาคารปู บ้านไหนหนัง อ.เมือง จ.กระบี่

         รมว.กษ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนประมงท้องถิ่น “ต้นแบบ” บ้านไหนหนัง พร้อมรับฟังสรุปผลการดำเนินงานของ ส.ป.ก. 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ยะลา และสุราษฎร์ธานี

           พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ณ บ้านไหนหนัง จ.กระบี่ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า ตามที่รัฐบาลได้มีการออก พรก.การประมง พ.ศ.2558 เพื่อสร้างความยั่งยืนในการทำประมงตามมาตรฐานสากล ให้มีทรัพยากรเพียงพอไปตลอดและไม่ทำลายทรัพยากรจนเกินไป โดยแบ่งการประมงเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ประมงน้ำจืด ประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ซึ่งในส่วนประมงพื้นบ้านนี้ รัฐบาลไม่ได้เข้าไปควบคุมมาก เนื่องจากขีดความสามารถของเครื่องมือประมงไม่มากนัก และชุมชนสามารถดูแลตนเองได้ ซึ่งชุมชนประมงท้องถิ่น “ต้นแบบ” บ้านไหนหนัง ได้มีการรักษาทรัพยากรได้เป็นอย่างดี โดยได้มีการกำหนดกฎระเบียบ ดูแลชุมชน ทั้งดูแลป่าชายเลน ทำบ้านปลา และไม่จับปลาแบบผิดวิธี เป็นต้น จึงน่ายกย่องให้เป็นแบบอย่างให้กับชุมชนอื่น ๆ

           สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาประมงอย่างยั่งยืน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามผลักดันให้ชาวประมงดูแลกันเองได้ หากเข้าใจหลักการรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืน ตกลงกันว่าจะทำประมงที่ไม่ทำลายล้างจนเกินไป ให้ทรัพยากรสามารถฟื้นตัวได้ รัฐบาลก็พร้อมให้การสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ตามแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งในปี งบประมาณ 2559 กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงได้เพิ่มเติมปริมาณสัตว์น้ำ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่บ้านไหนหนัง อาทิ ปล่อยหอยจุ๊บแจง 5 หมื่นตัว ปล่อยหอยชักตีน 1 แสนตัว ปล่อยหอยแครง 6 ล้านตัว ปล่อยลูกพันธุ์ปูม้า 1.5 แสนตัว ปล่อยลูกพันธุ์กุ้งแชบ๊วย 1.5 ล้านตัว และปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาว 3 หมื่นตัว

 

ลงใต้ปักป้ายยึดคืนที่ดิน"กระบี่-สุราษฎร์ฯ"เกือบ2หมื่นไร่

 

          ต่อมา พลเอก ฉัตรชัย ได้เดินทางไปรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของ ส.ป.ก. 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ยะลา และสุราษฎร์ธานี และมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ณ ศาลากลางจึงหวัดกระบี่ ซึ่งพื้นที่ในภาพรวมทั้ง 4 จังหวัด มี 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ที่ดินยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป มีพื้นที่เป้าหมายรวม 31 แปลง พื้นที่ 33,853 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ในการปลูกยางพาราและปาล์ม โดยได้ทำการปิดประกาศทั้ง 31 แปลงแล้ว และกรณีที่ที่ดินที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ส่งมอบแก่ ส.ป.ก. แล้ว มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป จำนวน 3 แปลง มีพื้นที่ 3,886 ไร่

          ทั้งนี้ แต่ละจังหวัดได้มีการรายงานผลการดำเนินการ มีรายละเอียดคือ จังหวัดกระบี่ พื้นที่เป้าหมาย 18 แปลง เนื้อที่ 13,951.05 ไร่ มีผู้ยื่นคัดค้าน 127 ราย (เนื้อที่ 2,909 ไร่) เหลือจากยื่นคัดค้าน 5,390 ไร่ ไม่ยื่นคัดค้านเลย 8 แปลง (เนื้อที่ 5,651 ไร่) ดังนั้น เนื้อที่ที่ต้องดำเนินการปักป้ายยึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก. 11,041 ไร่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่เป้าหมาย 8 แปลง เนื้อที่ 9,839 ไร่ มีผู้ยื่นคัดค้าน 63 ราย (เนื้อที่ 1,558 ไร่) ไม่ยื่นคัดค้านเลย 5 แปลง (เนื้อที่ 7,272 ไร่) ดังนั้น เนื้อที่ที่ต้องดำเนินการปักป้ายยึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก. 8,284 ไร่ จังหวัดชุมพร พื้นที่เป้าหมาย 3 แปลง เนื้อที่ 7,578 ไร่ มีผู้ยื่นคัดค้าน 24 ราย (เนื้อที่ 6,842.5 ไร่) และจังหวัดยะลา พื้นที่เป้าหมาย 2 แปลง เนื้อที่ 2,482 ไร่ มีผู้ยื่นคัดค้าน 232 ราย (เนื้อที่ 2,482 ไร่)