
"มะเขือพวง"108!ยาดี"ต้านเบาหวาน-ลดความดัน"
โดย - นายสวีสอง
“มะเขือพวง” น้อยคนนักที่จะชื่นชอบในรสชาติ นอกจากผู้ใหญ่วัยกลางคนอายุ 40 อัพขึ้นไปที่อาจจะคุ้นเคยกับอาหารไทยประเภทแกงเขียวหวาน ผัดพะแนง แกงป่า แกงคั่วปลาไหล แกงอ่อมปลาดุกน้ำพริกกะปิ น้ำพริกกุ้งสด ปลาร้าทรงเครื่อง ผัดเผ็ด ฯลฯ
ทว่า สำหรับเด็กรุ่นใหม่ยุคไอที ดูจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมันเท่าที่ควร บวกกับรสชาติที่ขมนิดๆ เฝื่อนน้อยๆ มีเมล็ดภายในมากถึง 200-300 เมล็ด จึงถูกมองข้ามผ่านเลยไป แต่ขอบอกนอกจากมันจะนำมาปรุงแต่งอาหารได้หลากหลายเมนูแล้ว มันยังเป็นพืชผักที่มีคุณค่าทางยามหาศาล ครอบจักรวาลจริงๆ ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ราก,ลำต้น,ใบ,ผลอ่อน และเมล็ด
สรรพคุณทางยา : ราก ยาแก้ไข้ ขับเสมหะ รักษาเท้าที่แตกเป็นแผล หรือโรคตาปลา,ลำต้น ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ปวด แก้ฟกช้ำและทำให้เลือดหมุนเวียนดี,ใบ รักษาแผล ห้ามเลือด แก้ฝีบวมมีหนอง ระงับประสาทแก้ปวดฟกช้ำ ชัก ไอ หืด ปวดข้อ ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ ช่วยเจริญอาหาร และลดความดันโลหิต,ผล แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้เบาหวาน รักษาโรคความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอล
วิธีการใช้ :
ราก - นำรากสดมาตำให้ละเอียด แล้วใช้พอกเท้าที่แตกเป็นแผล หรือโรคตาปลา,นำรากมาต้มกับน้ำดื่ม แก้ไข้ ขับเสมหะ
ลำต้น - นำมาต้มน้ำดื่มเป็นประจำเช้า เย็น ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ปวด แก้ฟกช้ำ และทำให้เลือดหมุนเวียนดี
ใบ - นำใบสดมาตำให้ละเอียด พอกบริเวณเป็นแผล ห้ามเลือด แก้ฝีบวมมีหนอง แก้ปวดฟกช้ำและนำใบสดกินสดๆ ระงับประสาท ชัก ไอ หืด ปวดข้อ ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ ช่วยเจริญอาหาร ลดความดันโลหิต
ผล - นำผลสดมาต้มน้ำดื่ม หรือกินสดๆ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้เบาหวาน รักษาโรคตับและม้าม
เมล็ด - นำเมล็ดมาเผาไฟแล้วสูดดมควันแก้อาการปวดฟัน
มีถิ่นกำเนิดแถบรัฐฟลอริดา,หมู่เกาะเวสต์ อินดีส์, เม็กซิโก จนถึงอเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศบราซิล
ขึ้นได้ทั่วไปในเขตร้อนและทนต่อโรคพืชต่างๆได้เป็นอย่างดี ทำให้การปลูกมะเขือพวงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลง จึงมั่นใจได้ว่าการบริโภคนั้นจะปลอดภัยจากสารพิษแน่นอน
เป็นไม้พุ่ม วงศ์ SOLANACEAE ชื่ออื่นๆ มะแคว้งกุลา (เหนือ),หมากแข้ง (อีสาน),มะเขือละคร (โคราช),เขือน้อย,เขือพวง,ลูกแว้ง,เขือเทศ (ใต้)และมะแว้งช้าง (สงขลา)
ลำต้น สูงเพียง 1 - 2 เมตร คล้ายกับมะแว้ง ลำต้นตั้งตรงแข็งแรงและมีขนนุ่มขึ้นปกคลุม มีหนามเล็กๆห่างๆ แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกมีสีเขียวอมขาว ไม่มีรอยแตก
ใบ เป็นใบเดี่ยวแบบสลับรูปทรงรี ปลายใบแหลม ฐานใบมนกว้าง ผิวใบด้านล่างมีขนรูปสามเหลี่ยมปกคลุม เมื่อสัมผัสจะนุ่ม ยาว 4 - 8 นิ้ว
ดอก สีขาวเป็นช่อออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง มี 2-15 ดอกย่อย กลีบเลี้ยง กลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ ขณะบานเป็นรูปดาว 5 แฉก มีเกสรตัวผู้ตัวเมียติดอยู่กับหลอดกลีบดอก
ผล เป็นผลเดี่ยวเป็นพวงรูปร่างกลม ผิวเรียบสีเขียว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ผลสุกสีเหลืองส้ม ภายในเมล็ดเล็ก ๆมีจำนวนมาก ลักษณะแบน กลม ผิวเรียบ
ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ขึ้นได้กับทุกสภาพดิน ชอบความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน



