ข่าว

คุมตัว‘ไผ่ ดาวดิน’ไปที่ค่ายมทบ.23รอขึ้นศาลทหาร

คุมตัว‘ไผ่ ดาวดิน’ไปที่ค่ายมทบ.23รอขึ้นศาลทหาร

19 ส.ค. 2559

ศาลให้ประกัน‘ไผ่’หลังพ่อยื่นประกันตัว ขณะที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนำไปที่ค่ายมทบ.23 ขอนแก่น เพื่อขึ้นพิจารณาที่ศาลทหาร 20 ส.ค. โดยมีแม่และลูกสายขอพบก่อน

            ภายหลังจาก นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ถูกควบคุมตัวและฝากขังจากกรณีการแจกเอกสารประชามติที่ตลาดสดภูเขียว จนครบกำหนดฝากขังผัดแรกในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ และทนายความได้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลเบิกตัวนายจตุภัทร์มาศาลในวันฝากขังครั้งที่สอง เนื่องจากต้องการคัดค้านการฝากขังครั้งที่สอง ในเช้าวันนี้ เวลา 09.30 น. ภายหลังนายจตุภัทร์ถูกนำตัวจากเรือนจำ มายังศาลจังหวัดภูเขียว พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดภูเขียวในทันที โดยฟ้องนายจตุภัทร์ เป็นจำเลยที่ 1 และนายวศิน พรหมณี เป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง โดยทั้งสองเป็นนักศึกษาและสมาชิกของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ในภาคอีสาน และได้ร่วมกันแจกเอกสารเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ในบริเวณตลาดสดภูเขียว เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา

            ต่อมาทนายจำเลยได้แถลงว่า คดีจะครบกำหนดส่งตัวจำเลยที่ 2 ในวันที่ 22 สิงหาคม จึงขอให้ศาลสอบคำให้การจำเลยทั้งสองคนพร้อมกัน ศาลพิเคราะห์เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่มาศาล จึงให้เลื่อนไปสอบคำให้การจำเลยทั้งสองพร้อมกันในวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ขณะเดียวกัน ทนายจำเลยยังยื่นคำร้องคัดค้านการขังระหว่างพิจารณา แต่ศาลจังหวัดภูเขียวได้พิเคราะห์เห็นว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง และศาลประทับฟ้องแล้ว ศาลจึงมีอำนาจออกหมายขังจำเลยที่ 1 ไว้ระหว่างพิจารณาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 71 และมาตรา 88 จึงให้ออกหมายขังจำเลยที่ 1 ไว้ เว้นแต่มีประกัน

            ขณะเดียวกัน ญาติของนายจตุภัทร์และทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายจตุภัทร์ เมื่อเวลา 14.35 น. ศาลจังหวัดภูเขียวอนุญาตให้ประกันตัวนายจตุภัทร์ คิดหลักทรัพย์ตีเป็นเงิน 1.5 แสนบาท โดยบิดานายจตุรภัทร์ ซึ่งเป็นทนายความใช้ตำแหน่งทนายความค้ำประกันและวางเงินสดเพิ่มอีก 3 หมื่นบาท โดยศาลมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

            อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาตำรวจได้คุมตัวนายจตุภัทร์เพื่อนำไปที่ สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อนำตัวขึ้นพิจารณาที่ศาลทหารในวันที่ 20 ส.ค. โดยระหว่างที่ถอยรถออกมาจากประตูเรือนจำจังหวัดชัยภูมิด้านใน ปรากฏว่านางพริ้ม บุญภัทรรักษา อายุ 50  ปี มารดาของนายจตุภัทร์และลูกสาวได้คุกเข่าลง เพื่อไม่ให้รถถอยออกไป ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆและผู้ที่มารอรับนายจตุภัทร์ออกจากเรือนจำ จนเจ้าหน้าที่ต้องขับรถกลับเข้าไปในเรือนจำเช่นเดิม 

           นางพริ้มได้ร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ไม่ได้พบหน้าลูกชาย โดยกล่าวว่า ตนไม่ได้ขัดขวางการอายัดตัวลูกชายไปที่จังหวัดขอนแก่น เพียงแต่ต้องการพบหน้าและให้ลูกเซ็นเอกสารมอบอำนาจในการลงทะเบียนเรียนเท่านั้น จากนั้นจะพาลูกไปก็ไม่ได้ขัดขวาง แต่ผู้บัญชาการเรือนจำกลับไม่อนุญาตให้เข้าพบ

           จากนั้นนางพริ้มและลูกสาวได้นั่งอยู่หน้าประตูเรือนจำเป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมา ทำให้เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องออกมาเจรจาให้นางพริ้มและลูกสาวเปิดทางให้รถออก แต่นางพริ้มยืนยันว่าจะขอพบหน้าลูกชายก่อน โดยมีนายวิบูลย์พ่อของไผ่ร่วมเจรจาเจ้าที่จึงอนุญาตให้เข้าพบได้

           จากนั้นไม่นานตำรวจจึงนำตัวนายจตุภัทร์ขึ้นรถและขับออกจากเรือนจำ ซึ่นายจตุภัทร์ได้ตะโกนผ่านกระจกรถว่าสู้ พร้อมกับชูกำปั้นที่เป็นสัญลักษณ์ โดยมีบรรดาเพื่อนๆ โบกมือให้กำลังใจ ก่อนที่รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขับออกจากเรือนจำไป โดยมีทนายความและกลุ่มเพื่อนๆของนายจตุภัทร์ ขับรถตามขบวนไปด้วย เพื่อมุ่งหน้าไปที่จังหวัดขอนแก่น

           โดยพอนำตัวนายจตุภัทร์มาถึงจังหวัดขอนแก่น ได้มีการนำตัวไปควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมของค่ายศรีพัชรินทร์ มณฑลทหารบกที่ 23 เพื่อจะรอนำตัวขึ้นสู่การพิจารณาของศาลทหาร ในวันที่ 20  ส.ค.ในเวลา 09.00 น.